โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เจ็บแล้วสบถ ช่วยลดปวดได้จริงไหม? วิจัยอังกฤษเผยผลน่าทึ่ง แต่พูดบ่อยๆ ต้องระวัง

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผลวิจัยชี้

ผลวิจัยชี้ "สบถคำหยาบ" ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้เพิ่ม 33% แต่คนสบถบ่อยๆ อาจไม่ได้ผล

เมื่อบังเอิญเดินชนมุมโต๊ะหรือเตะโดนเฟอร์นิเจอร์ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมักทำให้หลายคนหลุดสบถคำหยาบออกมาโดยไม่ตั้งใจ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงปฏิกิริยาทางอารมณ์เท่านั้น แต่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการสบถคำหยาบช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าประสิทธิภาพของการบรรเทาปวดจะลดลงในผู้ที่ติดพูดคำหยาบเป็นประจำ

งานวิจัยทดสอบการทนความเย็นด้วยคำหยาบ

นายแพทย์หวัง ซือเหิง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จากไต้หวัน ได้อ้างอิงถึงผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคีล (Keele University) ประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 92 คน โดยให้แช่มือในน้ำเย็นจัดอุณหภูมิ 3–5 องศาเซลเซียส

ผลการทดลองพบว่ากลุ่มคนที่สบถคำหยาบออกมาขณะแช่มือ สามารถทนต่อความเย็นได้นานกว่ากลุ่มที่พูดคำธรรมดาทั่วไปถึง 33% ที่น่าสนใจคือ หากใช้คำหยาบประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่โดยไม่มีความหมาย จะไม่เกิดผลในการบรรเทาปวดแต่อย่างใด

กลไกเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่สมองรับรู้ถึงความเครียดและสภาวะฉุกเฉินเมื่อมีการสบถคำหยาบ เปรียบเสมือนการเปิดสัญญาณเตือนภัยในร่างกาย ส่งผลให้สมองสั่งการลดระดับความรับรู้ความเจ็บปวดลงโดยอัตโนมัติ

ข้อจำกัดและผลกระทบในผู้ที่พูดคำหยาบประจำ

แม้การสบถจะมีฤทธิ์ช่วยลดความเจ็บปวด แต่การศึกษายังพบข้อจำกัดสำคัญว่า ผู้ที่ติดพูดคำหยาบในชีวิตประจำวันเป็นปกติ จะได้รับผลในการบรรเทาความเจ็บปวดน้อยกว่าคนที่นานๆ จะพูดที เปรียบเสมือนร่างกายเกิดภาวะดื้อยาเนื่องจากคุ้นชินกับการใช้คำเหล่านั้น

iStockphoto

สรุปข้อแนะนำการใช้กลไกบรรเทาปวด

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้รักษาความสุภาพในการสื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวัน เพื่อเก็บรักษาฤทธิ์ในการบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาตินี้ไว้ใช้เฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บปวดอย่างรุนแรงเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

  • ETtoday
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...