บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาของ “สุกันยาณี ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ที่มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 ฉบับที่ 4-5 เมื่อวันพุธนั้น ไม่สามารถกลบกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าด้วย “มหาอุทกภัย” ได้ดีนัก เพราะสาเหตุหนึ่งก็มาจากการออกประกาศที่เหมือน “เอไอ” หรือหุ่นยนต์เกินเหตุ คือ เป็นการออกตามกำหนดเวลา แทนที่จะออกมาชี้แจงแบบเป็นจริงจังในช่วงจังหวัดเวลาที่เหมาะสม …๐
งานนี้เลยทำให้บรรดารัฐมนตรีต้องออกมาดาหน้าแจงกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกรัฐมนตรีที่บอกอย่าไปเชื่อเพจปั่น เพราะไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ในขณะที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือก็ยืนยันว่าปัญหาเอาอยู่ …๐
แต่ดูเหมือนรัฐบาลก็ผวาว่า “เอาอยู่” จะซ้ำรอยอดีตก็เป็นได้ งานนี้ในช่วงเย็น “พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ จึงออกข่าวเรื่องกำชับ 70 จังหวัดทั่วประเทศ และ กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในช่วง 23-27 ก.ย. …๐
พูดถึงเรื่องการ “เอาอยู่” ไม่เอ่ยถึงเจ้าของประโยคดังกล่าวก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “ศาลปกครองสูงสุด” ได้ตีตกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ แคตวอล์กแล้ว ปมต้องชดใช้ความเสียหายทุจริตจำนำข้าวหมื่นล้านบาท โดยย้ำว่าไม่มีหลักฐานใหม่มาหักล้างคำพิพากษาเดิมได้ ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะบังคับหนี้ของแผ่นดินก้อนนี้ได้เมื่อใด ก็เหมือนกับหนี้ของแผ่นดินของพี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร” ก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆเฉกเช่นกัน …๐
เอ่ยถึงการเมืองไม่เอ่ยเรื่องการเขี่ยพรรคกล้าธรรม (กธ.) ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” พ้นจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ไม่ได้ เพราะนอกจากเป็นครั้งแรกในแวดวงการเมืองแล้ว ที่น่าอนาถเข้าไปอีกคือ เป็นการประกาศขับไล่ผ่านเฟซบุ๊กอีกต่างหาก โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นคนโพสต์เรื่องดังกล่าว และพอเป็นเรื่องเป็นราวผู้นำฝ่ายค้านอย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคส้ม และ “ไอติม” ถึงกับออกมาแถลงข่าวเรื่องดังกล่าว …๐
งานนี้จึงไม่แปลกที่เขาติฉินนินทาว่าเป็นการเล่นการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าเพื่อประชาชนตาดำๆ ตามที่อ้างสวยหรู แล้วที่ทุเรศมากเข้าไปอีก ยังอ้างความชอบธรรมของตัวเองอีกต่างหาก โดยเฉพาะ “รังสิมันต์ โรม” ที่บอกว่า “กายอยู่กับเรา และใจไปอยู่กับเขา” ซึ่งงานนี้น่าติดตามว่าหลัง “ผู้กองนัส” กลับจากญี่ปุ่นในการไปดูแลในฐานะนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย คงมีอะไรให้น่าดูชม เพราะงานนี้ถือเป็นการหักเหลี่ยมกันพอดู…๐
ขนาดยังไม่กลับมาก็ยังมีภาพหลุด (ตั้งใจ) ของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ใส่นาฬิกา CASIO AE-1200WH (CASIO Royale) สลักชื่อหน้าปัดหลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี” และภาษาอังกฤษ “Anutin Charnvirakul” มาโผล่ในโลกออนไลน์ในจังหวะนรกช่วงนี้อีกต่างหาก ส่วน “อนุทิน” นายกฯ และ รมว.มหาดไทยที่ปฏิบัติภารกิจไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้แบบให้ตีความ “ใจเย็นๆ นี่เราอยู่อเมริกา ไกล สัญญาณมาไม่ถึง” ซึ่งก็ตีความหมายได้ว่า หากอยู่เมืองไทยเมื่อใด เรื่องนี้ก็อาจจะแจ่มแจ้งแดงแจ๋ขึ้นมาหรืออย่างไร ซึ่งหาก “เขียว” มาเข้าพวกร่วมกับ “น้ำเงิน-แดง” จริง ก็ต้องบอกว่าจะเป็นรัฐบาลที่เสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริงเชียว…๐
หันมาเรื่อง “คดีฮั้ว สว.” กันบ้าง เพราะดูเหมือน “กกต.” ยังผวาหนักหลังแถลงผลตัดสินคดีและกางรายละเอียดยิบไปแล้ว โดยล่าสุดต้องถกกับตำรวจ ในการเตรียมความพร้อมรับมือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะมายื่นหนังสือในกรณีนี้ ในวันศุกร์ที่ 25ก.ย.นี้ แหม! ยุคนี้ไม่มีการก่อม็อบสร้างความรุนแรงกันแล้วจ้า ที่สำคัญแม้กฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองจะบังคับใช้แล้ว แต่มีผลเฉพาะช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีการกระทำใหม่ก็บอกได้คำเดียวว่า “คุก” ล้างรออยู่จ้า …๐
ท.ศักดิ์