โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7%

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ตุลาคม 2569 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 26 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7% แนะเอเชียตัดกำแพงภาษีดันเศรษฐกิจโตอีก 1.8%

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยในงาน 2026 IMF-WBG Annual Meetings เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก เกี่ยวกับความท้าทายจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่า จากงานวิจัยไอเอ็มเอฟพบว่าการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายถึง 7% ของจีดีพี แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงจุดดังกล่าว แต่ทิศทางความขัดแย้งและการแบ่งขั้วยังคงเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ และต้นทุนสำคัญที่โลกประเมินต่ำเกินไป คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลดลง

ทั้งนี้ ต้นทุนจากการขาดความร่วมมือมีอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ การทำงานซ้ำซ้อนในเรื่องที่สามารถร่วมกันดำเนินการเพียงครั้งเดียว การสูญเสียโอกาสค้นพบองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่จากการที่นักวิจัยต่างประเทศไม่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ และการลดลงของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนซึ่งบั่นทอนความไว้วางใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

สำหรับเรื่องความมั่นคงของชาติหลายปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นบ่อย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตแล้ว เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพทางการเงินจะเป็นแนวป้องกันด่านแรกของประเทศ รัฐบาลจึงต้องรักษาวินัยการคลังและดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม เพราะหากฐานะการคลังเปราะบางหรือเงินเฟ้อพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ มาตรการสร้างความมั่นคงด้านอื่นก็อาจไม่เพียงพอ พร้อมชื่นชมประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สามารถวางรากฐานนโยบายการคลัง การเงิน และการกำกับดูแลภาคการเงินได้อย่างเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม การกระจายความเสี่ยงต้องเดินควบคู่กับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ โดยยกตัวอย่างยุโรปที่หากเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ จะช่วยลดราคาพลังงานได้มากกว่า 10% และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ขณะที่เอเชียมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1.8% ในระยะยาวหากตัดกำแพงภาษีออก ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่ได้อยู่ในรูปภาษีนำเข้า สะท้อนว่าการลดกำแพงระหว่างกันสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มองว่าความร่วมมือระดับภูมิภาคจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนที่ควรส่งเสริมการค้าระหว่างสมาชิกให้มากขึ้น แทนการพึ่งพาการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม โดยบทบาทของไอเอ็มเอฟจะเชื่อมโยงกลุ่มความร่วมมือต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและทำให้โลกยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกประเทศสามารถเติบโตไปด้วยกันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...