เธอจะเติบโต..เมื่อพายุผ่านพ้น "ดอกไม้จะร่วงหล่น แม้เราจะรักมันเพียงใด... วัชพืชจะงอกเงย แม้เราจะเกลียดชังมันเพียงใด"
ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
ในสายทางแห่งการเติบโตของชีวิต มีนัยประจักษ์มากมายที่สะท้อนถ่ายออกมาเป็นปรากฏการณ์อันหยั่งลึกต่อการรับรู้และเรียนรู้อันสลับซับซ้อน
แก่นแกนแห่งสำนึกคิดดังกล่าว ล้วนคือสาระบทบาทของการพินิจพิเคราะห์ ในบทบาทเปรียบเทียบของเจตจำนงในแต่ละมิติ ทั้งหมดประกอบสร้างขึ้นด้วยความคิด จิตใจ และอารมณ์ ที่เป็นทั้งความสั่นไหวย้อนแย้ง และเป็นทั้งความสงบนิ่งที่จรรโลงการเคลื่อนไหวทางปัญญา
"ดอกไม้จะร่วงหล่น แม้เราจะรักมันเพียงใด… วัชพืชจะงอกเงย แม้เราจะเกลียดชังมันเพียงใด"
สัจธรรมดังกล่าวนี้ คืออุทาหรณ์ในทางจิตวิญญาณที่ขยับปีกตัวตนของเรา ให้โผบินและโลดทะยานไปข้างหน้าอยู่เสมอ เป็น"วัฏกาล"และเป็น"วงจรแห่งการตระหนักเห็น"ของโลกอยู่เสมอ
สัมผัสความจริงจากหนังสือเยียวยาใจ
สาระอันกระทบใจต่อเนื้อแท้ของการรับรู้เหนือรู้สึกเบื้องต้น คือความจริงและความหมาย ซึ่งได้จากหนังสือเยียวยาใจที่ทอประกายต่อการ"สัมผัสรู้สึก"เล่มสำคัญ:
"เธอจะเติบโต…เมื่อพายุผ่านพ้น"ที่สร้างสรรค์เรื่องและภาพโดยColorlesswolfเจ้าของเพจที่มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคน
"บางครั้ง..ชีวิตก็ต้องเผชิญกับพายุที่โหมกระหน่ำ ที่ทำให้เราล้ม..เจ็บปวด..และเปียกปอน ขณะเดียวกัน..ก็หล่อหลอมให้เราเป็นเรา เรียนรู้ที่จะยืนหยัด ปรับตัว และก้าวต่อ!"
กระทั่งพายุได้ผ่านพ้นไป จึงจะพบว่าเราได้เติบโตขึ้น เหมือนต้นไม้ที่ค่อยๆ หยั่งรากลึก มั่นคง และผลิดอกเบ่งบานรับแสงตะวัน ไม่ใช่แค่รอสู้กับพายุใหม่เท่านั้น แต่เติบโตขึ้นเพื่อเข้าใจและมีความสุขกับชีวิตอย่างแท้จริง
ตระหนักรู้และยอมรับความจริง
หนังสือเล่มนี้ทั้งปลุกตื่นและตอกย้ำให้เราได้เห็นว่า เมื่อพายุผ่านพ้นไปจากชีวิต เราจักต้องยอมรับความจริงว่า ในชีวิตของเรานั้นย่อมมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เช่นเดียวกับที่เราจักต้องยอมรับความจริงที่จะทำให้จิตใจสงบและมั่นคงขึ้น
เหตุนี้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดเส้นทางเดินของตัวเองเสมอ โดยต้องไม่เดินตามทางที่คนอื่นขีดเส้นไว้ แต่ต้องเลือกเดินบนหนทางที่รักและมีความหมายต่อตนเองตลอดไป
ประเด็นต่อมาของการเรียนรู้ ปฏิบัติ และจดจำก็คือ เมื่อเราล้ม..เราจำเป็นต้องลุกขึ้น ต้องตระหนักและจดจำว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเชื้อเพลิงให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อเมื่อได้พักผ่อนจนคลี่คลายและหายเหนื่อยแล้ว
- ด้วยหัวใจที่กล้าหาญ:แท้จริงคนที่กล้าไม่ใช่คนที่ไม่กลัว แต่คือ"คนที่กล้าทำ"แม้ในหัวใจจะเต็มไปด้วยความกลัวก็ตาม
- ประสบความสำเร็จในแบบของตนเอง:แม้จะไม่มีใครมองเห็นหรือชื่นชม แต่ก็เป็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของตัวเราเอง
- เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน:โดยไม่ต้องจมอยู่กับตัวตนเก่าที่ผิดพลาด เมื่อตื่นขึ้นมาในวันใหม่ เราสามารถเลือกวางอดีต แล้วเริ่มต้นเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อตัวเองได้ทันที
สุดท้าย..ขอให้ยอมรับว่าปัญหาคือบทเรียนสำคัญพายุที่พัดเข้ามาคือความทุกข์ในใจ เมื่อมันผ่านพ้นไป เราต่างจะต้องเข้มแข็งขึ้นและได้เรียนรู้ชีวิตใหม่ๆ เสมอ
ความสัมพันธ์และขอบเขตของชีวิต
เหตุสำคัญที่ก่อเกิดขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับด้านลึกของหนังสือเล่มนี้ สู่ภาวะสรุปมีอยู่ในหลายประการ ทั้งหมดคือบทเรียนชีวิตที่เปิดกว้างและเคลื่อนขยายสู่การเรียนรู้
- การสร้างความสนิท:เราจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างความสนิท เพราะความสนิทไม่ใช่แค่ความถูกใจ แต่ต้องค่อยๆ รู้จัก ค่อยๆ เชื่อใจ และให้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์
- ไม่เปิดพื้นที่ให้คนผิด:จงอย่าสนิทกับใครเพียงเพราะกลัวไม่มีใคร เพราะมันยังดีเสียกว่าการเปิดพื้นที่ให้คนผิดๆ เข้ามาทำลายความสงบ
- การตั้งขอบเขต:เราจำเป็นต้องตั้งขอบเขตให้ชัดเจน เนื่องจากคนดีจะเคารพขอบเขต แต่คนที่หวังผลจะพยายามทำให้เรารู้สึกผิด
- ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย:ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า คนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องระแวงอยู่ตลอดเวลา จะไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย"ความจริงใจ"ควรทำให้สบายใจ ไม่ใช่เหนื่อยใจ
เหตุข้างต้นจึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่สอนสั่งเราว่า:
"เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง หรือให้ใครรู้ในเรื่องราวของเราทั้งหมด"
เบ้าหลอมความคิดและรากเหง้าแห่งแรงบันดาลใจ
"เธอจะเติบโตเมื่อพายุผ่านพ้น"ถือเป็นเบ้าหลอมทางความคิดต่อ"ความรู้สึกใหม่"อันเจิดจ้า ทั้งในสัมผัสแห่งใจและความคิด
แรงบันดาลใจจากหนังสือคลาสสิกหลายเล่มและนักเขียนยอดฝีมือหลายคน ไม่ว่าจะเป็น:
- เฮอร์มานน์ เฮสเส(Hermann Hesse)
- คาลิล ยิบราน(Kahlil Gibran)
- เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์(Ernest Hemingway)
- จอห์น สไตน์เบก(John Steinbeck)
- รพินทรนาถ ฐากูร(Rabindranath Tagore)
- รวมทั้งเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
รสชาติจากสิทธารถะ, เดเมียน, บุตรธิดาแห่งดวงดาว, หาดทรายและฟองคลื่น, เพื่อนยาก, ชายเฒ่ากลางทะเลลึกฯลฯ ทั้งหมดคือรากเหง้าแห่งการก่อร่าง"หัวใจอันคลี่บาน"ของหนังสือเล่มนี้
ซึ่งเป็นทั้งคำสอน เป็นทั้งบททดสอบความทรงจำ และเป็นทั้ง"เนื้อนัยในเนื้อใน"แห่งภาพแสดงที่ตื่นตระการต่อการตระหนักรู้ ทั้งยังถือเป็นฐานรากอันอ่อนโยน แต่ทรงคุณค่าต่อการมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างลมหายใจที่บริสุทธิ์ หยั่งลึก และยั่งยืนในความเป็น"ตัวตนแห่งตน"ตลอดไป
แก่นแท้แห่งพายุทราย
พายวย่อมพัดหลงและพัดผ่านสู่ชีวิตของเราเสมอ
"พายุทรายจะกรีดเนื้อเหมือนใบมีดโกนนับพัน… เมื่อพายุทรายหายลับไปแล้ว แกจะจำไม่ได้ว่าผ่านพ้นมาได้อย่างไร ใช้วิธีไหนพาชีวิตรอดมาได้ สิ่งหนึ่งแน่ชัด… เมื่อใดแกหลุดจากพายุทราย แกจะไม่เป็นคนเดิมที่เดินเข้าไป… นั่นเป็นแก่นแท้ของพายุทราย"
จาก"Kafka on the Shore"ของฮารูกิ มูราคามิ(Haruki Murakami) แรงบันดาลใจสูงสุดของผู้ประพันธ์