มีอะไรที่ “ฟากขะโน้น: The Other Side”
“การพัฒนามักเข้ามาแทนที่ชุมชนและความทรงจำร่วมของผู้คน ในฐานะคนทำงานด้านวัฒนธรรม เราต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ชุมชนในย่านและคนกรุงเทพฯ ได้เดินช้าลง และหันมามองประวัติศาสตร์ที่อยู่ในตรอกซอกซอย ไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง แต่กลับเป็นสิ่งที่หล่อหลอมความรู้สึกของการอยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้อย่างแท้จริง” สุคนธ์ทิพย์ นาคเกษม ผู้ก่อตั้งวารินแล็บ โนแมด และผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ร่วมของโครงการ กล่าวระหว่างการเปิดตัว “โครงการศิลปะกาละ-เทศะ” (Of Times and Place)
แพลตฟอร์มศิลปะเชิงวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย วารินแล็บ โนแมด องค์กรวัฒนธรรมไม่แสวงหาผลกำไร เลือก “คลองสาน” หนึ่งย่านปวระวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่แรก เพราะคลองสานอยู่ในจุดของการเปลี่ยนผ่านที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ครั้งหนึ่งย่านนี้เป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมมีชุมชนการค้าหลายเชื้อชาติ สถาบันทางศาสนา และบ้านเรือนที่สืบทอดมายาวนานหลายชั่วอายุคน แต่ปัจจุบันย่านนี้กำลังถูกหล่อหลอมใหม่โดยการพัฒนาเมือง การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และความท้าทายที่พบได้ในย่านริมแม่น้ำของกรุงเทพฯ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และ "ฟากขะโน้น: The Other Side" จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองในสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้
"ฟากขะโน้น: The Other Side" มีแนวคิดบนพื้นฐานของสี่เสาหลักซึ่งสะท้อนแนวทางการทำงานทางวัฒนธรรมเชิงพื้นที่ของวารินแล็บ โนแมด ประกอบด้วย มรดกทางวัฒนธรรม ขุดค้นและนำเสนอประวัติศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรม ศาสนา และครอบครัวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในย่านคลองสานชุมชน สร้างบทสนทนาระหว่างศิลปิน ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และสถาบันในย่าน ศิลปะร่วมสมัย ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผลกระทบของการพัฒนาต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างสภาวะใหม่ในการสัมผัสพื้นที่ที่คุ้นเคย และ สุขภาวะ ตระหนักว่าวัฒนธรรม ความทรงจำ และความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนเป็นองค์ประกอบสำคัญของชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดีและน่าอยู่อาศัย
สี่เสาหลักเหล่านี้ดำเนินผ่านงานศิลปะจัดวาง กิจกรรมการมีส่วนร่วมของสาธารณชน และกิจกรรมทางการศึกษา ทำให้โครงการมีทิศทางที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน ทีมภัณฑารักษ์นำโดย นักรบ มูลมานัส ผู้อำนวยการศิลป์ ผู้มีวิสัยทัศน์ในการอ่านคลองสานผ่านประวัติศาสตร์และนำเสนอด้วยศิลปะร่วมสมัย ร่วมด้วย ดร.ไกรวุฒิ จุลพงศธร ในฐานะภัณฑารักษ์ร่วม ดูแลส่วนภาพเคลื่อนไหว
โครงการนี้นำศิลปะเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์หลายแห่งในย่านคลองสาน โดยแต่ละแห่งได้รับการคัดเลือกจากความสัมพันธ์อันเฉพาะเจาะจงกับประวัติศาสตร์หรือชีวิตชุมชนของย่าน ได้แก่ “สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา” สถาบันจิตเวชแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2432 มีชื่อเดิมว่าโรงพยาบาลคนเสียจริต สถาบันแห่งนี้ดูแลผู้คนมานานกว่าศตวรรษ เป็นที่รู้จักกันในนามหลังคาแดง และเป็นพื้นที่ที่บทสนทนาเรื่องสุขภาวะมีความหมายอย่างเหมาะสมที่สุด
“วัดทองธรรมชาติวรวิหาร” และ “วัดทองนพคุณ” ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายอยุธยา วัดทั้งสองดำรงอยู่มาพร้อมกับย่านนี้มาตลอด วัดทั้ง 2 แห่งไม่ใช่เป็นเพียงโบราณสถาน แต่คือรากฐานทางจิตวิญญาณของชุมชนคลองสาน เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในย่านยังคงมีความสัมพันธ์อยู่จริงในชีวิตประจำวัน วัดทองธรรมชาติมีภาพวาดฝาผนังงดงามซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกรมศิลป์ ขณะที่วัดทองนพคุณมีสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า หน้าต่างของพระอุโบสถออกแบบเป็นรูปตาลปัตร และยังมีตู้พระธรรมจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาสมุดข่อยตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
“ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้อนงคาราม” ห้องสมุดแห่งนี้เป็นมากกว่าแหล่งเรียนรู้สาธารณะ เป็นที่เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของย่านคลองสาน การทำงานในพื้นที่นี้จึงเป็นการเชื่อมระหว่างความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ กับศิลปะที่จะนำความทรงจำนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ที่ดินผืนนี้มีประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง เคยเป็นนิวาสถานของตระกูลบุนนาคและตระกูลนานา ซึ่งเป็นตระกูลที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของรุงเทพมหานคร การทำงานในพื้นที่สาธารณะแห่งนี้คือการเปิดบทสนทนาระหว่างเรื่องราวในอดีตกับผู้คนที่ใช้พื้นที่ในวันนี้
“โนแมด อาร์ต เรสซิเดนซี แบงค็อก” อาคารนี้เคยเป็นโรงงานเย็บผ้า ตอนนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่พำนักสำหรับศิลปินนานาชาติ สถานที่นี้คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดของสิ่งที่โครงการกาละ-เทศะเชื่อ พื้นที่ประวัติศาสตร์สามารถมีชีวิตใหม่ได้ โดยไม่ต้องลบทิ้งสิ่งที่เคยคงอยู่
พื้นที่สุดท้าย “เก๋งจีนทั่งง่วนฮะ โรงน้ำปลา 200 ปี” อาคารแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาโดยครอบครัวเชื้อสายจีนที่ตั้งรกรากในย่านคลองสานมาหลายชั่วคน เป็นหนึ่งในอาคารที่หายากแห่งนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์การค้า และความสัมพันธ์ของครอบครัวยังดำรงอยู่พร้อมกันในพื้นที่เดียว
“สถาบันไทยศึกษาทำงานด้านการอนุรักษ์มรดกไทยมายาวนานกว่า 40 ปี โครงการ “ฟากขะโน้น: The Other Side” ซึ่งมุ่งสร้างความเข้าใจในมรดกทางวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในพื้นที่ สอดคล้องอย่างยิ่งกับพันธกิจของสถาบันในการรับใช้สังคม เรามองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของความร่วมมือลักษณะนี้กับหน่วยงานที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม บทบาทของสถาบันไม่ได้มีเพียงการอนุรักษ์องค์ความรู้เท่านั้น แต่ยังมุ่งให้องค์ความรู้นั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้นด้วย" รองศาสตราจารย์ ฤทธิรงค์ จิวากานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าว
ตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน "ฟากขะโน้น: The Other Side" มีกิจกรรมด้านการศึกษากว่า 25 รายการจะจัดขึ้นในย่านคลองสาน ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปการทอผ้าอย่างยั่งยืน กิจกรรมดนตรีบำบัด กิจกรรมด้านอาหาร การบรรยายและเสวนา รวมถึงการเดินชมย่านแบบมีไกด์นำทาง จัดขึ้นระหว่าง 10 ธันวาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 ติดตามความเคลื่อนไหวทาง IG: warinlabnomad