ลับแค่ไหน? “สมชัย” จี้ กกต.เคลียร์ปมบัตรเลือกตั้งลับ หวั่นช่องโหว่คนตั้งใจทุจริต
ลับแค่ไหน? “สมชัย” จี้ กกต.ต้องเคลียร์ให้ชัดปมบัตรเลือกตั้งลับ ชี้หากมี “คนตั้งใจทุจริต” ร่วมมือเจ้าหน้าที่ ย่อมมีช่องเชื่อมโยงรู้ว่าใครเลือกใคร
วันที่ 29 ก.ย. 2569 นายกสมชัย ศรุสุทธิยากร อดีต กกต. ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระว่า "ลับแบบมีเงื่อนไข คือ ไม่ลับหากมีปัจจัยสนับสนุน
ความลับของบัตรเลือกตั้งว่าใครเลือกใคร ผูกกับเงื่อนไขตามคำชี้แจงซ้ำซากของ กกต.ที่ว่า ต้องนำของ 3 อย่างมาประกบกัน คือ บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาประกบกัน จึงจะรู้ว่าบัตรใบนี้ของใคร เลือกใคร
ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก เพราะแยกเก็บคนละที่ เก็บไว้ในที่ปลอดภัย และไม่มีใครที่มีอำนาจสามารถทำได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจทุจริตที่ร่วมมือกับคนของ กกต. ในระดับพื้นที่
ขีดเส้นใต้ คำว่า ตั้งใจทุจริต ครั้งที่ 1
ต่อกรณีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งหน้าหน่วยตอนนับคะแนนแล้วไปตรวจกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อทันที ก็บอกว่าทำได้ยากในเวลาจำกัดเช่นนั้น ยกเว้น ผู้ทุจริตตั้งใจร่วมมือกับกรรมการประจำหน่วยกระทำการทุจริต
ขีดเส้นใต้คำว่า ตั้งใจทุจริต ครั้งที่สอง
คนทุจริต มีหรือไม่ตั้งใจทุจริต
และในอดีต กรรมการประจำหน่วยที่ถูกซื้อยกหน่วยไม่เคยมีใช่ไหม หรือ คนของ กกต.เอง ไม่เคยรับเงินใช่ไหม หรือลืมข่าวเรื่อง จนท.สืบสวนในส่วนกลางรับเงิน 860,000 บาท เมื่อไม่นานมานี้แล้ว
คำถามคือ ถ้าไม่มี บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด จะมีช่องทางให้คนทุจริต ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่
ลับแบบมีเงื่อนไข คือ ลับแบบโลกสวย ว่า เจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคนซื้อไม่ได้ กรรมการประจำหน่วยไม่ได้เป็นคนของเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ระบบการจัดเก็บเอกสารต่าง ๆ จัดเก็บได้ดี ปลอดภัย ตามที่ไปเดินเผชิญสืบมาแล้ว แต่ ภาพข่าวหลังเลือกตั้งกลับฟ้องว่า หีบไม่มีการรัดสาย ยกหล่นทีเอกสารหล่นกระจาย
ไม่ลับแบบตั้งใจทุจริต อาจจะเป็นสิ่งที่เป็นจริงในการเมืองไทยที่ขมขื่นเกินกว่าจะบอกว่ามันเกิดขึ้นได้ตราบใดที่ฝ่ายหนึ่งยังชนะเลือกตั้งหรือไม่"