โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บทเรียนจากสเปนถึงไทย รถไฟเร็วแค่ไหนไม่สำคัญ หากงบซ่อมบำรุงไปไม่ถึง

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประเทศสเปนเกิดโศกนาฏกรรมทางรถไฟอีกครั้ง เมื่อรถไฟความเร็วสูง 2 ขบวนพุ่งชนกันอย่างรุนแรงบนเส้นทางเชื่อมระหว่าง “มาดริด–เซบียา”

ประเทศสเปนเกิดโศกนาฏกรรมทางรถไฟอีกครั้ง เมื่อรถไฟความเร็วสูง 2 ขบวนพุ่งชนกันอย่างรุนแรงบนเส้นทางเชื่อมระหว่าง “มาดริด–เซบียา” บริเวณจังหวัดโตเลโด ส่งผลให้ตู้โดยสารหลายตู้ตกรางพังยับเยิน

ล่าสุดสื่อต่างประเทศเผยตัวเลขผู้โดยสารของทั้ง 2 ขบวนมีทั้งหมด 544 ชีวิต เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย

เจาะปมระบบอาณัติสัญญาณล้มเหลว

อุบัติเหตุเกิดขึ้นในระหว่างที่รถไฟความเร็วสูงบริษัทเอกชน Iryo กำลังชะลอความเร็ว ก็ถูกรถไฟความเร็วสูงอีกคันของบริษัท Renfe (การรถไฟแห่งชาติสเปน) พุ่งเสยท้ายอย่างจัง ซึ่งแรงกระแทกทำให้ตู้โดยสารกระเด็นตกรางในทันที

การที่รถไฟ 2 ขบวนจากคนละผู้ให้บริการอยู่บนรางเดียวกันจนชนกันได้ จึงเป็นคำถามใหญ่ว่าเกิดจากความบกพร่องของระบบส่งสัญญาณ หรือความผิดพลาดของมนุษย์?

ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และการคมนาคมยั่งยืนของประเทศสเปนเผยว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจากความขัดข้องของระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ (ETCS/ERTMS) ที่ปกติถูกออกแบบมาเพื่อเบรกฉุกเฉินทันทีในกรณีที่มีสิ่งกีดขวางหรือรถไฟขบวนหน้าวิ่งช้า และส่งผลต่อเนื่องมาถึงระบบความปลอดภัยบนทางรถไฟในช่วงระยะ 63 กิโลเมตร ทำให้รถไฟทุกขบวนในบริเวณนั้นหยุดวิ่งโดยอัตโนมัติ

หลังจากนั้น ADIF ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบการบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟของสเปนก็เข้าควบคุมระบบด้วยตนเอง และมีการตัดสินใจอนุญาตให้รถไฟความเร็วสูงของบริษัท Renfe มุ่งหน้าลงใต้ต่อไปตามราง แม้สัญญาณไฟจะเป็นสีแดงแล้วก็ตาม

ปูเอนเตระบุว่า รถไฟ Renfe ได้รับอนุญาตให้เดินหน้าต่อโดยไม่มีข้อจำกัดด้านความเร็ว เนื่องจากผู้ควบคุมการเดินรถออกคำสั่งผิดพลาด ส่งผลให้ในช่วงเวลา 08.36-08.52 น. ตามเวลาท้องถิ่น รถไฟกลับมาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 124 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะพุ่งชนรถไฟบริษัท Iryo ที่จอดนิ่งอยู่บนราง

ด้านเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้ออกมาย้ำชัดเจนว่า “หากมีการละเลยต่อหน้าที่ เรื่องนี้จะถูกเปิดเผยออกมา และหากพบข้อบกพร่องในระบบความปลอดภัย ก็จะมีการจัดการอย่างเด็ดขาดที่สุด”

วิกฤตซ้ำซากครั้งที่ 3 ในรอบปี

สเปนเคยครองสถิติเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง (AVE) ที่ปลอดภัยอันดับต้น ๆ ของโลก แต่เหตุการณ์นี้กลับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งที่ 3 ในรอบปี 2569 หลังเพิ่งเกิดเหตุรถไฟชนกันที่กอร์โดบาในเดือนมกราคมที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ราย และเหตุตกรางใกล้บาร์เซโลนา

สถิตินี้สะท้อนถึงความน่ากังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ระบบคอมพิวเตอร์ และการซ่อมบำรุงรักษา โดยผลวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของสเปนพบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟความเร็วสูงในสเปนประมาณ 25 ล้านคน ซึ่งลดลงราว 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรปแสดงให้เห็นว่า การลงทุนด้านการบำรุงรักษาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระยะทางประมาณ 4,000 กิโลเมตรของสเปนยังตามหลังประเทศขนาดใหญ่อื่น ๆ ในยุโรปอยู่

ซึ่งที่น่าประหลาดใจคือ ในปี 2018-2022 สเปนใช้จ่ายเงินเฉลี่ยประมาณ 56 ล้านบาทต่อปี เพื่อพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นวงเงินสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรป แต่เงินส่วนใหญ่กลับถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างเส้นทางใหม่ โดยมีเพียงประมาณ 16% เท่านั้นที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับการบำรุงรักษา การปรับปรุงทดแทนส่วนที่เสื่อมสภาพ และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน

บทเรียนสำคัญที่ไทยต้องถอดรหัส

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีเร็วแค่ไหน หรือดีแค่ไหน ก็สามารถล้มเหลวได้หากระบบความปลอดภัย และการสื่อสารระหว่างค่ายไม่เสถียร และไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ระบบขนส่งสาธารณะเป้นระบบขนส่งที่ประชาชนใช้บริการมากที่สุดในแต่ละวัน การบริหารจึงต้องมีมาตรฐานกลางที่เด็ดขาด ไม่อยู่บนความประมาท และต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยบนรางบ้านเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...