โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอกนิติ’ ชงตั้ง ‘Common KPIs’ อาเซียน ดันการค้า–ลงทุน–เศรษฐกิจดิจิทัลโตทะลุเป้า

The Reporters

อัพเดต 17 ต.ค. เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. เวลา 13.41 น.

‘เอกนิติ’ ชงตั้ง ‘Common KPIs’ อาเซียน ดันการค้า–ลงทุน–เศรษฐกิจดิจิทัลโตทะลุเป้า รับลูก IMF ชี้ภูมิภาคต้องค้าขายกันเอง ชูเชื่อม National ID ไทย–อินโดฯ ลุย Multi-year Programs รับไม้ต่อประธานปี 71

วันนี้ (17 ต.ค. 69) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงการเสวนา ‘Bangkok Dialogue Notes’ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจระดับภูมิภาคว่า ปัจจุบันสัดส่วนการค้าภายในกลุ่มประเทศอาเซียน (Intra-ASEAN Trade) ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คิดเป็นเพียงร้อยละ 22 เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนการค้าภายในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่สูงถึงเกือบร้อยละ 60 ซึ่งประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอแนะสำคัญที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนะนำว่า ชาติในภูมิภาคอาเซียนควรส่งเสริมการค้าขายระหว่างกันให้มากขึ้น

นายเอกนิติระบุว่า ในฐานะที่ประเทศไทยมีกำหนดจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571 และตนจะทำหน้าที่ประธานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน จึงได้นำเสนอวาระสำคัญเพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้เปิดการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2570 เพื่อเร่งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จร่วมกัน (Common KPIs) ที่ชัดเจนสำหรับภูมิภาคอาเซียน

“หากเราไม่มี KPI ร่วมกันที่ชัดเจน การประชุมต่าง ๆ ก็จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยโดยไม่มีผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ เป้าหมายหลักของการกำหนด KPI ในครั้งนี้ คือการมุ่งเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน การส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดน และการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง” นายเอกนิติระบุ

สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) นายเอกนิติมองว่า ภูมิภาคอาเซียนมีจุดแข็งสำคัญจากฐานประชากรรวมกันกว่า 700 ล้านคน จึงควรหันมาส่งเสริมบุคลากรและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญภายในภูมิภาคให้พัฒนาระบบและแอปพลิเคชันขึ้นมาใช้งานเอง แทนที่จะพึ่งพาแอปพลิเคชันจากชาติตะวันตกเพียงอย่างเดียว โดยเสนอให้มีการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (Digital Public Infrastructure) เข้าด้วยกัน เช่น การเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนดิจิทัล (National ID) ของไทยเข้ากับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรสูงถึงกว่า 200 ล้านคน เพื่อต่อยอดกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติจริง

ในส่วนของการส่งเสริมการลงทุน นายเอกนิติเน้นย้ำว่า อาเซียนควรเร่งผลักดันการลงทุนระหว่างกันให้เข้มข้นยิ่งขึ้นควบคู่ไปกับการค้า โดยเฉพาะในมิติ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ (Food Security) เนื่องจากภาคธุรกิจของไทยมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ขณะที่หลายประเทศสมาชิกยังมีความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารสูง จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยขยายการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ ประเทศไทยพร้อมที่จะใช้บทบาทการเป็นประธานอาเซียนในช่วง 1–2 ปีข้างหน้านี้ เพื่อแสดงภาวะผู้นำในการผลักดันแผนการดำเนินงานระยะยาว (Multi-year Programs) มุ่งเพิ่มมูลค่าการค้าภายในภูมิภาค เพราะหากปล่อยให้แต่ละประเทศขับเคลื่อนเฉพาะวาระของตนเองแบบปีต่อปีตามวาระการหมุนเวียนตำแหน่งประธาน การดำเนินงานก็จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“อาเซียนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายและ KPI ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อผลักดันความร่วมมือทั้งหมดนี้ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม” นายเอกนิติกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...