โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สืบตม.1 ทลายแก๊งโคเคนไนจิเรีย ผงะผสมชอล์ก–เบกกิ้งโซดาเพิ่มปริมาณยา

Manager Online

อัพเดต 18 ตุลาคม 2569 เวลา 0.57 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผบช.สตม. สั่งการสืบตม.1 ทลายเครือข่ายโคเคนไนจีเรีย รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดของกลาง 103 กรัม ผงะผสมชอล์ก–เบกกิ้งโซดาเพิ่มปริมาณยา

วันนี้ (17 ต.ค.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.และพล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผบก.ตม.1 สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 บูรณาการกำลังร่วมกับ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. นปส.นานา กก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. และสำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนติดตามกลุ่มชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด ก่อนจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติไนจีเรียได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดโคเคนรวมประมาณ 103 กรัม และของกลางที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด โดยพบข้อมูลเงินหมุนเวียนกว่า 2 ล้านบาท

การจับกุมเริ่มจากการสืบสวนเชิงรุก หลังเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า MR.F อายุ 42 ปี สัญชาติไนจีเรีย มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้กลุ่มชาวต่างชาติเป็นประจำ จึงวางแผนให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาเสพติด

กระทั่งเวลาประมาณ 19.10 น. ผู้ต้องหาขับรถยนต์มาส่งมอบโคเคนบรรจุห่อพลาสติกสีดำ 4 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 2.4 กรัม ให้สายลับ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง จนถึงบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อผู้ต้องหาลงจากรถและมีท่าทีพยายามหลบหนี

ผลการตรวจค้นพบเงินที่ใช้ในการล่อซื้อ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้รับมาจากการจำหน่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านนวมินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติสัญชาติแอฟริกันมารวมตัวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคลพยายามวิ่งหลบหนี จึงควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบสถานะการเข้าเมือง

จากการตรวจสอบพบ MR.C อายุ 21 ปี สัญชาติไนจีเรีย อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เจ้าหน้าที่จึงจับกุมในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตามกฎหมายคนเข้าเมือง

หลังจับกุม MR.F เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลและได้รับเบาะแสว่าโคเคนที่นำมาจำหน่ายได้รับมาจากชายชาวต่างชาติอีกราย ซึ่งพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง จึงเร่งขยายผลและเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนพบ MR.C อายุ 43 ปี สัญชาติไนจีเรีย เดินลงมาจากชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว

เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นห้องพักตามพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจค้นพบโคเคนเพิ่มเติมประมาณ 101 กรัม ถุงพลาสติกสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล นอกจากนี้ยังพบชอล์กเขียนกระดานดำ เบกกิ้งโซดา เครื่องปั่น และถ้วยตวง

จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การว่าได้ซื้อชอล์กและเบกกิ้งโซดามาใช้ผสมกับโคเคนเพื่อเพิ่มปริมาณและหวังเพิ่มกำไรจากการจำหน่าย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เสพ

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับโคเคนที่ตรวจยึดเพิ่มเติมประมาณ 101 กรัม เจ้าหน้าที่ประเมินว่าหากนำไปจำหน่ายในตลาดอาจมีมูลค่ากว่า 400,000 บาท

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวกรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปถึงแหล่งจัดหาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่าย

ทั้งนี้ สตม. ขอความร่วมมือประชาชน เจ้าของสถานประกอบการ ผู้ประกอบการที่พัก และผู้ให้เช่าอาคารหรือห้องพัก ช่วยสอดส่องพฤติการณ์ต้องสงสัย เช่น การเข้าออกสถานที่ผิดปกติ หรือพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการหลบหนีเข้าเมือง หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...