มท.2 บุกตรวจ KTV 4 แห่งปลวกแดง พบโพยรายจ่ายพาดพิงหลายหน่วยงาน เร่งขยายผล
ตรวจพบแรงงานต่างด้าวต้องสงสัยทำงานผิดกฎหมายและผู้มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก 5 ราย เตรียมตรวจสอบเส้นทางเงินและผู้เกี่ยวข้อง
ความคืบหน้าปฏิบัติการตรวจสอบสถานบันเทิงคาราโอเกะ (KTV) ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำกำลังฝ่ายปกครองและชุดปฏิบัติการพิเศษ เปิดปฏิบัติการ “ห้องแห่งความลับ” เข้าตรวจค้น KTV จำนวน 4 แห่ง ซึ่งต้องสงสัยมีชาวต่างชาติเป็นผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจการ และอาจมีพฤติการณ์แฝงค้าประเวณี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการกระทำผิดหลายประเด็น ทั้งการเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต แรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน และผู้ถูกตรวจสอบ 5 รายมีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก
รายงานระบุว่า สถานบริการทั้ง 4 แห่งเปิดให้บริการโดยเน้นรับลูกค้าชาวจีน เจ้าหน้าที่พบหญิงชาวเวียดนามและลาวรวม 10 ราย ซึ่งเข้าข่ายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังตรวจพบเอกสารลักษณะเป็นบัญชีรายจ่ายรายเดือน ซึ่งมีการระบุชื่อหน่วยงานและยอดเงินหลายรายการ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบที่มาของเอกสาร รวมถึงความเชื่อมโยงของบุคคลที่ปรากฏชื่อ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใดและเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่
สำหรับเอกสารดังกล่าว มีรายงานว่าระบุยอดเงินอ้างถึงหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ อำเภอ 10,000 บาท ตำรวจ 20,000 บาท ปคม. 5,000 บาท ตรวจคนเข้าเมือง 10,000 บาท คอมมานโด 2,000 บาท และชุดสืบสวนจังหวัด 10,000 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและรายละเอียดทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นเงินสินบนที่มีการจ่ายจริง หรือเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่ถูกระบุมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินดังกล่าว
รายงานข่าวยังระบุว่า ระหว่างปฏิบัติการ นายพลพีร์ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังรองผู้กำกับการตำรวจรายหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกว่า “รอง ผกก.ตั้ม” หลังผู้ดูแลร้านรายหนึ่งให้ข้อมูลว่าเคยรับเงินจำนวน 30,000 บาท เพื่อนำไปกระจายต่อให้หน่วยงานอื่น ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน คำให้การของผู้เกี่ยวข้อง และพยานหลักฐานอื่นประกอบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ด้านกระทรวงมหาดไทยเตรียมดำเนินการตามกฎหมายเพื่อสั่งปิดสถานบริการทั้ง 4 แห่งเป็นเวลา 5 ปี หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลตรวจสอบผู้ประกอบการและนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐ หากพบพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาตามอำนาจหน้าที่ โดยให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังต้องรอผลการสอบสวนและการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะประเด็นบัญชีรายจ่ายที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการจ่ายสินบน เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงและสาวถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ