โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซาอุฯ ยืนยันพร้อมส่งออกพลังงานต่อเนื่อง แม้โครงสร้างพื้นฐานถูกโจมตี

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ตุลาคม 2569 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบียยืนยัน ราชอาณาจักรยังมีศักยภาพจัดส่งพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการโจมตีสนามบิน โรงกลั่นน้ำมัน และท่อส่งน้ำมัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่าเจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย ทรงมีพระดำรัสระหว่างการประชุมสภาพลังงานโลก (ดับเบิลยูพีซี) ที่กรุงริยาด ว่าความยืดหยุ่นด้านพลังงานไม่ได้วัดจากปริมาณน้ำมันสำรองที่พร้อมผลิต กำลังการขนส่งผ่านท่อ หรือกำลังผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม เปลี่ยนเส้นทางขนส่ง ใช้แหล่งพลังงานทดแทน และฟื้นฟูระบบ ตลอดจนการเดินหน้าจัดส่งพลังงานได้แม้เผชิญแรงกดดัน

เจ้าชายอับดุลอาซิซทรงยืนยัน ว่าราชอาณาจักรยังคงมีศักยภาพในการจัดส่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความปั่นป่วนรุนแรงทั้งในตลาดและด้านความมั่นคง ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการบิน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังซาอุดีอาระเบียเผชิญการโจมตีหลายระลอกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีวัตถุโจมตีพุ่งใส่สนามบินในกรุงริยาดและสนามบินในจังหวัดอื่นหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และได้บาดเจ็บหลายร้อยคน

ขณะเดียวกัน ท่อส่งน้ำมันสายหลักที่พาดผ่านประเทศ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันออกสู่ตลาดระหว่างสงครามอิหร่าน ได้รับความเสียหายเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันและท่าเรือบริเวณชายฝั่งทะเลแดงตกเป็นเป้าหมายโจมตีเช่นกัน

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดใช้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกแล้ว โดยปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 80% ของขีดความสามารถทั้งหมด ขณะที่บริษัทซาอุดี อารามโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ เพิ่มการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันโดยรวมในเดือน ก.ย. กลับเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม

อย่างไรก็ตาม การประชุมสภาพลังงานโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยผู้บริหารระดับสูงของบีพีและเชลล์ตัดสินใจถอนตัวจากการเข้าร่วมงาน ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...