โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งสนามบินใต้รับมือฝนหนัก 10 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“ภัทรพงศ์”กำชับกรมท่าอากาศยานเตรียมแผนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23–26 ต.ค. เชื่อมข้อมูลอากาศ–สถานการณ์น้ำ เร่งตรวจระบบระบายน้ำและทบทวนแผนฉุกเฉิน ย้ำความปลอดภัยผู้โดยสารเป็นอันดับแรก

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงของ 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 23–26 ตุลาคม 2569 จึงได้กำชับกรมท่าอากาศยานให้ท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้ทุกแห่งเตรียมความพร้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ได้สั่งการให้ท่าอากาศยานประสานข้อมูลพยากรณ์อากาศ ประกาศเตือนภัย และข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบินจากกรมอุตุนิยมวิทยา ควบคู่กับการติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและการคาดการณ์อุทกภัยจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และหน่วยงานด้านน้ำในพื้นที่ พร้อมประสานจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประเมินความเสี่ยงร่วมกัน ทั้งบริเวณท่าอากาศยาน พื้นที่โดยรอบ และเส้นทางเข้า–ออก โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเฝ้าระวัง

ด้านการป้องกัน ให้ตรวจสอบและกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ตรวจความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็น พร้อมติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำภายในและภายนอกท่าอากาศยาน และสภาพทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

“ความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการต้องมาก่อน หากประเมินแล้วพบว่าสภาพพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน ให้ดำเนินการจำกัดหรือระงับการใช้งานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น พร้อมประสานออกประกาศแจ้งนักบินตามขั้นตอน รวมทั้งประสานหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสาร พร้อมแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง” นายภัทรพงศ์กล่าว

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมของท่าอากาศยานนราธิวาส โดยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดนราธิวาสและสำนักงานชลประทานที่ 17 ในการเตรียมระบบสูบและระบายน้ำ พร้อมจัดทำแผนขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินการขุดลอกทางระบายน้ำระยะทางประมาณ 4,110 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำสะสมในพื้นที่ท่าอากาศยาน สำหรับท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้แห่งอื่น ๆ ได้กำชับให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนรองรับการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และช่องทางประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสายการบิน

นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับกรณีเฉพาะและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการคมนาคม ร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อบูรณาการการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการป้องกันเพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...