ดาวโจนส์พุ่งกว่า 500 จุด! รับแรงซื้อหุ้น 3M หนุนตลาด ขณะน้ำมันร่วง-ทองคำอ่อนตัว จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันอังคาร (20 ต.ค. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 500 จุด รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหุ้น 3M และ Northrop Grumman ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วน Nasdaq ปิดลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านราคาน้ำมันปรับตัวลงจากความหวังต่อความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่ราคาทองคำอ่อนตัวจากแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดาวโจนส์พุ่งกว่า 500 จุด รับผลประกอบการแกร่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันอังคาร (20 ต.ค. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังนักลงทุนตอบรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีเกินคาด รวมถึงการปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรตลอดทั้งปีของบริษัท 3M ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงยังช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาด
หุ้น 3M ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ความปลอดภัย พุ่งขึ้นมากกว่า 5% หลังรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี ส่วนหุ้น Northrop Grumman บริษัทด้านการบินและการป้องกันประเทศ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% หลังรายงานผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนใน AI โดยเฉพาะการใช้เงินกู้เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้คุ้มค่ากับเงินลงทุน ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดย Meta Platforms มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดในวันพุธ
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 52,495.88 จุด เพิ่มขึ้น 529.85 จุด (+1.02%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,712.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.84 จุด (+0.28%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 26,424.817 จุด ลดลง 6.069 จุด (-0.02%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ นักลงทุนจับตาความเสี่ยงการเมืองฝรั่งเศส
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนต่อสถานการณ์ทางการเมืองและการคลังของฝรั่งเศส รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนก็ตาม
นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงจากความวุ่นวายในฝรั่งเศส หลังเกิดการประท้วงและความรุนแรงในหลายพื้นที่ ประกอบกับปัญหาการคลังของรัฐบาลที่ยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นในตลาดยุโรป ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนใน AI และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 638.64 จุด ลดลง 0.92 จุด (-0.14%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,304.42 จุด ลดลง 15.35 จุด (-0.06%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,838.49 จุด ลดลง 29.56 จุด (-0.38%)
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลบ นักลงทุนประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย BoE
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) หลังข้อมูลตลาดแรงงานของอังกฤษสะท้อนว่าการจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง
ข้อมูลตลาดแรงงานที่ออกมาดีกว่าคาดเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอังกฤษอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและมูลค่าหุ้นในตลาด
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,733.00 จุด ลดลง 31.69 จุด (-0.29%)
ราคาน้ำมันร่วง! ตลาดหวังสหรัฐฯ-อิหร่านเดินหน้าทางการทูต
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังนักลงทุนมีความหวังต่อความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
รายงานระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านกล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดถูกไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังชนกับทุ่นระเบิดที่กองทัพเรืออิหร่านวางไว้ ขณะที่การโจมตีเรือพาณิชย์ในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญแห่งนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังติดตามปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ตลอดจนแนวโน้มสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาในระยะถัดไป
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.8%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.7%
ราคาทองคำอ่อนตัว นักลงทุนจับตาสัญญาณดอกเบี้ยเฟด
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนประเมินแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 27-28 ตุลาคม โดยความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
Bob Haberkorn นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจาก StoneX ระบุว่า เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยสำคัญที่กำลังกดดันราคาทองคำ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดูน่าสนใจมากกว่าทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลานี้ พร้อมชี้ว่าระดับราคา 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดต้องจับตา
แม้เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมเดือนตุลาคม แต่ตลาดยังคงประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมไว้ในระดับสูง โดยนักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.3% สู่ระดับ 4,125.90 ดอลลาร์/ออนซ์
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 4,142.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 0.4%
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ยูโร-ปอนด์แข็งขึ้น นักลงทุนจับตาดอกเบี้ย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันอังคาร ขณะที่เงินยูโรและเงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แม้ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและการคลังของฝรั่งเศส รวมถึงความไม่แน่นอนของการลงทุนในอุตสาหกรรม AI
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ลดลง 0.25% สู่ระดับ 101.73 จุด โดยเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.2% สู่ระดับ 1.1233 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.66% สู่ระดับ 1.3390 ดอลลาร์ หลังข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
ด้านเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.29% สู่ระดับ 158.04 เยนต่อดอลลาร์ หลังการประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 20 ปีได้รับความต้องการสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนต่อพันธบัตรญี่ปุ่น ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองและการคลังในยุโรป
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) อยู่ที่ 101.73 จุด ลดลง 0.25%
- ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.1233 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.2%
- ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ 158.04 เยน ลดลง 0.29%
- ปอนด์/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.3390 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.66%