โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช.ฟันจริยธรรมร้ายแรง ‘รักชนก’ แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 ตุลาคม 2569 เวลา 20.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เรืองไกร’ ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้เร่งตรวจสอบ ‘รักชนก’ ปมแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน กล่าวหา ‘อนุทิน’ ชี้อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ระบุเลขบัญชีในสลิปไม่ตรงกับบัญชีทรัพย์สินที่นายกฯ ยื่นต่อ ป.ป.ช. จี้ขยายผลสอบ สส.รายอื่นที่แชร์ข้อมูลลักษณะเดียวกัน

27 ตุลาคม 2569 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้เร่งตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ จากกรณีแชร์ภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท ที่กล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นข้อมูลปลอม

นายเรืองไกรกล่าวว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปแล้ว และถือเป็นความปรากฏต่อ ป.ป.ช.ด้วย จึงส่งคำร้องพร้อมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบ โดยมีสาระสำคัญ 7 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1น.ส.รักชนกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235

ข้อ 2ข้อเท็จจริงปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่า ประมาณวันที่ 26 ตุลาคม 2569 น.ส.รักชนกได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “อยู่ๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ” พร้อมแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ที่กล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมามีการยอมรับว่าข้อความและภาพดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ข้อ 3การกระทำของ น.ส.รักชนกดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (5) และอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 15 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

ข้อ 4พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการไต่สวน ต้องไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันเริ่มดำเนินการไต่สวน

ขณะที่มาตรา 87 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

ข้อ 5กรณีตามคำร้องนี้เป็นความปรากฏที่ ป.ป.ช.ควรทราบอยู่แล้ว จึงได้แนบสำเนาข่าวที่เป็นพยานหลักฐานบางส่วน เพื่อให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อ 6เมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ตนเคยเก็บไว้ โดยนำเลขบัญชีธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างในภาพสลิปมาตรวจสอบเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินที่นายอนุทินยื่นต่อ ป.ป.ช.ในแต่ละครั้ง พบว่าไม่ตรงกับเลขบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้แต่อย่างใด

นายเรืองไกรเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่ น.ส.รักชนกสามารถตรวจสอบได้เช่นกัน จึงควรทราบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) และ (5)

ข้อ 7ขอให้ ป.ป.ช.ขยายผลตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่นที่ปรากฏว่ามีการกระทำในลักษณะเดียวกันกับ น.ส.รักชนกด้วย

นายเรืองไกรระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการขอให้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจตามกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่า พฤติการณ์ของ น.ส.รักชนก รวมถึง สส.รายอื่นที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...