โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป.ป.ส. ร่วม DSI และภาคี ทลายเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลไปยังประเทศที่สาม

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ส. ร่วม DSI และภาคี ทลายเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลไปยังประเทศที่สาม

1 ตุลาคม 2569 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 8 นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 2 นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด ร่วมกับกองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” เพื่อดำเนินการต่อทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดของ Mr.Ah Khaung หรือ Zaw Lat หรือโกขาว สัญชาติเมียนมา อายุ 43 ปี (บุคคลตามหมายจับ) ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย เช่น กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา การสนับสนุนกลุ่มทำประมงผิดกฎหมาย การลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านการขนส่งทางเรือ โดยสั่งการจัดหายาเสพติด ควบคุมการลำเลียงยาเสพติด จัดหาแหล่งพักยาเสพติด ดูแลการเงิน ค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติด และเคยลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่น่านน้ำไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

โดยปฏิบัติการดังกล่าวได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตรวจค้นจุดปฏิบัติการรวม 5 จุด ในพื้นที่ จ.ระนอง ได้เข้าตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เรือประมง จำนวนกว่า 50 ลำ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท รถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 30 คัน บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 77 ล้านบาท พร้อมปูพรมดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียน 1386 ในพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยของกรองของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และสหพันธรัฐมาเลเซีย และในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งในประเทศและระดับสากลได้มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยกระดับสายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ให้เป็นช่องทางหลักในการรับข้อร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนอย่างทั่วถึงและปลอดภัย เพื่อขานรับนโยบายพิฆาตยาเสพติดของรัฐบาลให้เกิดผล

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ขานรับนโยบายและกำหนดทิศทางให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการใช้มาตรการเด็ดขาด บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น และเน้นการทำงานเชิงรุกในทุกระดับพื้นที่ แก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างจริงจังและเด็ดขาด กระทรวงยุติธรรมเดินหน้าทั้งการป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู

ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจาก วันที่ 22 มิถุนายน 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. สนธิกำลังกับกรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ (ศอ.ปส.ทร.) ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (ชปพ.นสร.) ทัพเรือภาคที่ 1 สภ.ปากน้ำประแสร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 8 คน พร้อมไอซ์ 2,399 กิโลกรัม เหตุเกิดบริเวณปากแม่น้ำประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล
โดยคดีดังกล่าวถูกกหนดเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ โกขาวพร้อมพวก รวมจำนวน 12 คน (ปัจจุบันสามารถจับกุมโกขาว กับพวก ได้แล้ว จำนวน 11 คน)

จากการสืบสวนคดีที่เกี่ยวกับโกขาว จำนวน 2 คดี คือ คดีที่ 1 วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 กองทัพเรืออินโดนีเซีย จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 คน พร้อม คีตามีน 1.2 ตัน ไอซ์ 700 กิโลกรัม เหตุเกิดที่บริเวณน่านน้ำ ของประเทศอินโดนีเซีย ส่วนคดีที่ 2 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเมียนมา จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 7 คน พร้อมไอซ์ 960 กิโลกรัม เหตุเกิดที่ เมียนมา ทั้งสองคดีผู้ต้องหาให้การซักทอดว่าผู้สั่งการ คือ โกขาว

สำนักงาน ป.ป.ส. จะร่วมกับหน่วยงานภาคีเดินหน้าบูรณาการปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอย่างเต็มที่โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดที่ สายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...