โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลดหุ่นต้องงดแป้ง? เปิดข้อดีคาร์บ กินถูกวิธีมีประโยชน์กว่าที่คิด ไม่กินเลยอาจส่งผลเสียต่ออารมณ์-ร่างกาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลดน้ำหนัก ต้องงดแป้งหรือไม่ เปิดข้อดีคาร์โบไฮเดรต กินถูกวิธีมีประโยชน์กว่าที่คิด หากไม่กินเลยอาจส่งผลเสียต่ออารมณ์-ร่างกาย

หลายคนคงมีภาพจำว่าการกิน “แป้ง” ทำให้อ้วน เนื่องจากถูกปลูกฝั่งมายาวนาน และสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก บางคนอาจใช้วิธีหักดิบงดกิน แป้ง น้ำตาล ไขมัน และเลือกที่จะเน้นกินโปรตีน ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำเปล่า แต่สุดท้ายอาจไม่ให้ผลอย่างที่กวัง และเจอกับทางตันเนื่องจากพบว่าน้ำหนักตัวก็ยังเท่าเดิม หรือหายไปเพียงในระยะแรกๆ

อย่างไรก็ตาม บทความจาก โรงพยาบาลเพชรเวช ให้เหตุผลว่า นั่นเป็นวิธีการที่ผิด ไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใดๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือขับรถ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น เมื่อร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตก็เท่ากับว่าไม่มีพลังงาน สามารถทำให้เกิดอาการที่ผิดปกติได้

ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่ควรจะได้รับของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอัตราการเผาผลาญ และกิจกรรมที่ใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน แต่จะอยู่ในช่วง 1,200-2,000 กิโลแคลอรี่ หรือ 225-325 กรัม นอกจากนี้หากได้รับไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดการใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานทดแทน ส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบแบน ผิวหนังเหี่ยวย่น ซูบผอม อีกด้วย

ผลเสียของของการไม่กินแป้งเลย

สมองขาดกลูโคส : ซึ่งจะได้มาจากการย่อยสลายของคาร์โบไฮเดรต และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เป็นพลังงานของเซลล์สมอง เมื่องดแป้งจะมีอาการดังนี้

  • อ่อนเพลีย
  • วิงเวียน และปวดศีรษะ
  • ใจสั่น มือสั่น
  • หน้ามืด
  • ตาลาย
  • เหงื่อออก
  • เซื่องซึม
  • หากรุนแรงอาจจะชัก หมดสติได้

อารมณ์แปรปรวน

  • หงุดหงิด
  • โกรธง่าย
  • วิตกกังวล
  • ซึมเศร้า
  • นอนไม่หลับ

Tryptophan คือ กรดอะมิโนในกลุ่มอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต ใช้ผลิต Serotonin เป็นสารเคมีในร่างกายที่สัมพันธ์ต่อการทำงานของสมอง และระบบประสาท

ประโยชน์คาร์โบไฮเดรต

ให้พลังงานแก่ร่างกาย : ฮอร์โมนอินซูลินจะลำเลียงกลูโคสที่ดูดซึมเข้ากระแสโลหิต ไปยังเซลล์ต่าง ๆ

ระบบขับถ่ายดีขึ้น : ไฟเบอร์ในคาร์โบไฮเดรต จะผ่านลงลำไส้ ไม่ถูกย่อยสลายเป็นกลูโคส

รักษามวลกล้ามเนื้อ : น้ำตาลกลูโคสไม่เพียงพอ กล้ามเนื้อสามารถสลายตัวเองเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นพลังงานสำรองที่เก็บไว้ตามกล้ามเนื้อ

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคเบาหวาน : จะมีไฟเบอร์ช่วยลดระดับไขมัน และน้ำตาลในโลหิตได้

กินแป้งอย่างไรไม่ให้อ้วน

  • เน้นการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ร่างกายจะใช้เวลาย่อย ดูดซึมนานกว่าแบบเชิงเดี่ยว ทำให้อิ่มเร็ว ไม่หิวง่าย
  • เลือกบริโภคข้าวไม่ขัดสี หรือธัญพืชเต็มเมล็ด
  • เพิ่มปริมาณผัก ผลไม้
  • ลดไขมัน น้ำตาล โซเดียม ในอาหารและเครื่องดื่ม

ความเชื่อที่ว่า แป้งและข้าวคือตัวการทำให้อ้วน เป็นความเข้าใจผิดที่รุนแรงที่สุดข้อหนึ่ง คาร์โบไฮเดรต คือ แหล่งพลังงานหลัก ที่สมองและกล้ามเนื้อจำเป็นต้องใช้ ซึ่งการลดน้ำหนักไม่ใช่การงดแต่เป็นการเลือกแป้งคุณภาพ

เน้นการขาดดุลแคลอรี การลดน้ำหนักเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณบริโภคพลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายใช้ไป คาร์โบไฮเดรตไม่ได้ทำให้อ้วน แต่มันจะกลายเป็นไขมันก็ต่อเมื่อคุณกินเกินความต้องการของร่างกายเท่านั้น

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนคือเพื่อน ผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำให้ งดหรือลด คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น น้ำตาล, ขนมหวาน, เครื่องดื่มรสหวาน แต่ให้เน้นการบริโภค คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbs) ที่มีใยอาหารสูง เช่นข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต, ธัญพืชไม่ขัดสี และผักต่าง ๆ เพราะคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ อิ่มนานขึ้น และมีพลังงานสำหรับการออกกำลังกาย

การตัดแป้งทั้งหมดออกจากชีวิตคือการสร้างความทรมานที่ไม่จำเป็น และมักจะทำให้คุณโหยหาอาหารประเภทนี้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การตบะแตกในที่สุด เราไม่แนะนำให้งด แต่ให้เลือกเวลาและปริมาณ การกินคาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์ให้เหมาะสมกับกิจกรรมของคุณ

ขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลเพชรเวช , SCMC Clinic

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลดหุ่นต้องงดแป้ง? เปิดข้อดีคาร์บ กินถูกวิธีมีประโยชน์กว่าที่คิด ไม่กินเลยอาจส่งผลเสียต่ออารมณ์-ร่างกาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...