ทวี ลั่น 12 ปีไร้ข้อยุติ เจรจาดับไฟใต้ เหตุระแวง-เปลี่ยนรบ.บ่อย แย้มโมเดลกทม. กระจายอำนาจใต้รธน.
‘พ.ต.อ.ทวี’ ลั่น โต๊ะพูดคุยดับไฟใต้ต้องไม่ขังแค่ ‘คนถือปืน’ ชี้ 12 ปี ไร้ข้อยุติ เพราะระแวง-เปลี่ยน รัฐบาลบ่อย ชงดันเข้า กม. ป้องกันสะดุด แย้มโมเดล ‘กทม.’ กระจายอำนาจใต้ รธน.
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่บักกะห์แลนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางลงพื้นที่พบปะสมาชิกสมาคมศิษย์เก่ามาเลเซียในประเทศไทย โดยมี นายอาห์หมัด ฟาห์มี อาห์หมัด ซากาวี กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนคณาจารย์ นักวิชาการ อาทิ ศ.ดร.รัตติยา สาและ ศ.ดร.อิบรอฮีม ณรงค์รักษาเขต และสมาชิกสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ข้าราชการ ร่วมให้การต้อนรับ
พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งโดยระบุถึงบทบาทของปัญญาชนมุสลิมและศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศมาเลเซียว่า เป็นบุคลากรทรงคุณค่า การเกษียณอายุราชการเป็นเพียงช่วงวัย แต่คุณค่าขององค์ความรู้และการทำประโยชน์ไม่มีวันเกษียณ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวทบทวนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในกระบวนการสันติภาพว่า ตนมีความผูกพันกับมาเลเซีย โดยเฉพาะหมุดหมายประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งทางการมาเลเซียได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ในการพูดคุยเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
“ตอนผมเข้ามาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ทุกคนบอกว่าต้องหาทางออกจากความขัดแย้ง แต่ทางออกเดิมที่เราเคยทำ คือเราใช้ความมั่นคงนำสันติภาพ เรามีนักกฎหมาย นักการทหาร นักพัฒนา แต่เราไม่มี ‘นักสร้างสันติภาพ’ บนพื้นที่ความขัดแย้ง การแก้ปัญหาโดยใช้ความมั่นคงหรือกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก มันคือการแก้แค้น แม้เราบอกว่าคุยเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ในมุมของผู้ถูกกระทำเขามองว่าเป็นข้ออ้าง เราจึงจำเป็นต้องทำทางใหม่” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
พ.ต.อ.ทวี ขยายความว่า ความขัดแย้งในพื้นที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น 22 ปี แต่ยาวนานนับร้อยปี ในอดีตคนในพื้นที่เคยพยายามใช้พื้นที่ทางการเมืองแก้ปัญหา เช่น กรณีของหะยีสุหลง โต๊ะมีนา หรือเหตุการณ์ดุซงญอ แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรม ถูกทำร้าย ทรมาน และลอบสังหาร ทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างในอดีตไม่ยอมรับกระบวนการทางการเมือง
“สิ่งที่เราพบเมื่อ 12 ปีที่แล้ว (ปี 2556) คือเราพบทางออกแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันเรายังไม่มีข้อยุติ เพราะความไม่ต่อเนื่องและความหวาดระแวง แค่ภาษาพูดบนโต๊ะเจรจาในขณะนั้น ฝ่ายเห็นต่างขอให้เรียกเขาว่าเป็น ‘นักต่อสู้’ ฝ่ายทหารที่ไปกับผมหลายคนก็บอกว่าเรียกไม่ได้ ทั้งที่ในวงพูดคุยระหว่าง สำเร็จ ศรีหร่าย กับนายฮัสซัน ตอยิบ ก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนม”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อถึงหมุดหมายตามยุทธศาสตร์ชาติว่า ตามกรอบยุทธศาสตร์ระบุว่าในปี 2570 ชายแดนใต้จะต้องมีข้อยุติความขัดแย้งและเกิดสันติสุข ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาประชาคม ดังนั้น การเพิ่มงบประมาณหรือเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ใช่ช่องทางการสร้างสันติภาพที่แท้จริง
“การสร้างสันติภาพวันนี้หนีไม่พ้นต้องเปิดใจและพูดคุยกัน ต้องให้คนในพื้นที่เป็นผู้กำหนดอนาคตตัวเองภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อเราเปิดพื้นที่ให้กับ ‘คนถือปืนกับคนถือปืน’ มาคุยกันแล้ว มันยังไม่พอ เพราะจะต้องมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังและกำหนดอนาคตด้วย”
พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นถึงพลังของภาคประชาชนและปัญญาชนในพื้นที่ โดยยกตัวอย่างด้านการศึกษาว่า บาบอหรือโต๊ะครูที่ไปศึกษาต่างประเทศแล้วกลับมาตั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เช่น โรงเรียนดารุสสลาม และโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ แม้จะได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐเพียง 13,000–15,000 บาท ขณะที่โรงเรียนรัฐได้เกือบ 60,000 บาท แต่กลับสามารถพัฒนาจนเด็กชนะการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการกว่า 100 คน และสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ปีละนับสิบคน ผ่านการขับเคลื่อนของคนในพื้นที่ เช่น โครงการ CHANGE (ห้องเรียนเชนจ์) เป็นโครงการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ริเริ่มและมีที่ปรึกษาคือ นายแพทย์กิ๊ฟลัน ดอเลาะ จิตแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์) ในทางตรงกันข้าม พ.ต.อ.ทวี ชี้ถึงความล้มเหลวจากการที่รัฐ ‘คิดแทนประชาชน’ โดยระบุว่า ล่าสุดตนได้เดินทางไปดูงานด้านปศุสัตว์ที่ อ.ปะนาเระ พบอาคารนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลถูกทิ้งร้างถึง 30 หลัง
“สร้างไว้ 30 หลัง ร้างหมดเลย เพราะเวลาสร้าง รัฐไปคิดเอาเองว่าจะให้คนกลับบ้านมาอยู่ กำนันก็บอกว่าคนที่กลับมาเขาอยากอยู่แบบคนทั่วไป ไม่ใช่มากำหนดกฎเกณฑ์อาณาเขตให้เขาอยู่ สุดท้ายพองบประมาณลงไป รัฐคิด ข้าราชการเกษียณไป ก็ไม่มีใครสานต่อ กลายเป็นอาคารร้างผุพัง เสียดายงบประมาณมาก ดังนั้นถ้ารัฐจะพัฒนา รัฐต้องหนุน แล้วให้ประชาชนเป็นผู้เขียนและลงมือทำ”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงบทบาททางการเมืองและพรรคประชาชาติว่า ตนและพรรคต้องการเปิดพื้นที่การเมืองอย่างสันติวิธี เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง
“ในฐานะที่ตัดสินใจมาทำการเมือง ถ้าวันหนึ่ง ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกฆ่าตาย ก็อาจจะคล้ายกับเหตุการณ์ในอดีต แต่เราต้องไม่ให้การเมืองกลับไปสู่จุดนั้น พรรคประชาชาติต้องเป็นพรรคของพี่น้องประชาชน ให้คนรุ่นต่อไปเข้ามาเป็นเจ้าของ ตัวผมก็เป็นเหมือนสายน้ำที่ต้องไหลผ่านไป พรรคเกิดมาเพื่อสร้างความยุติธรรม เคารพความหลากหลาย และยืนยันว่าประชาชนต้องกำหนดตัวตนได้บนระบอบประชาธิปไตย”
ภายหลังการปาฐกถา พ.ต.อ.ทวี ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อมวลชนประเทศมาเลเซีย ถึงทิศทางกระบวนการพูดคุยสันติภาพ โดยแสดงความมั่นใจต่อรัฐบาลมาเลเซียภายใต้การนำของ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่มีความมุ่งมั่นสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐบาลมาเลเซียแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ซึ่งมีภูมิหลังเป็นทหาร พ.ต.อ.ทวี ให้ความเห็นว่า “อาจมองถึงความเหมาะสมในบริบทพื้นที่ของไทย ซึ่งแม้กฎหมายจะมีภาพพลเรือน แต่ในทางปฏิบัติ กอ.รมน. หรือทหารยังมีบทบาทหลัก จึงจัดผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นทหารเข้ามา อย่างไรก็ตาม อยากเห็นกระบวนการพูดคุยเดินหน้าอย่างจริงจัง เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมาเราเสียเวลาไปมาก จึงขอฝากเรื่อง ‘อมานะฮ์’ หรือความรับผิดชอบต่อหน้าที่ไว้ด้วย”
ต่อข้อถามเรื่องการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลทั้งฝ่ายอำนวยความสะดวกและคณะเจรจาฝ่ายไทยหลายครั้งจนยังไม่บรรลุผล พ.ต.อ.ทวี กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เนื่องจากไทยเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ในอนาคต โครงสร้างของกระบวนการพูดคุยควรจะต้องบัญญัติไว้เป็นกฎหมาย เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่ว่านายกฯ หรือรัฐบาลจะเปลี่ยนไป โครงสร้างนี้จะได้ยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ และเชื่อมั่นว่าการเจรจาต้องเป็นไปในเชิงบวก เพราะหากไม่เจรจาก็ต้องสู้รบกันอยู่ตลอด”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนหากฝ่ายขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) มีข้อเสนอเรื่องการปกครองตนเอง พ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่า “ขณะนี้เขายังไม่ได้เสนออะไรเข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่เรายืนยันว่าจะต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย รัฐไทยจะแบ่งแยกไม่ได้ แต่เรื่องการกระจายอำนาจ เช่น ในรูปแบบกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีการเลือกตั้งผู้บริหาร หรือรูปแบบพิเศษตามความเหมาะสม ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจและสามารถนำมาพูดคุยกันได้”
ส่วนข้อถามสมมุติว่าหากข้อเสนอไม่ได้รับการยอมรับแล้วฝ่ายบีอาร์เอ็นจะกลับไปจับอาวุธขึ้นสู้อีกครั้งนั้น พ.ต.อ.ทวี ปฏิเสธที่จะตอบข้อสมมุติตัวเลขดังกล่าว โดยระบุว่า “ไม่อยากให้ตั้งคำถามสมมุติ เพราะที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่เคยสมมุติ และเมื่อทั้งสองฝ่ายตัดสินใจเข้ามาสู่โต๊ะพูดคุยแล้ว ทุกฝ่ายย่อมต้องรู้และเคารพในกติกา” พ.ต.อ.ทวี กล่าวสรุปในที่สุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี ลั่น 12 ปีไร้ข้อยุติ เจรจาดับไฟใต้ เหตุระแวง-เปลี่ยนรบ.บ่อย แย้มโมเดลกทม. กระจายอำนาจใต้รธน.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th