โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากบราหัวกระสุนยุค 1950 สู่ลุค “ใหม่-ดาวิกา” ที่ทรงอกแหลมกลับมาอยู่ในแฟชั่นอีกครั้ง

LSA Thailand

อัพเดต 07 ต.ค. เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. เวลา 03.00 น. • Lifestyle Asia Thailand

หากมีหนึ่งลุคจากช่วงปารีสแฟชั่นวีคที่ทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้อง หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นลุคของ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ในงาน BoF 500 Gala 2026 ที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้เธอกลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะหนึ่งในสมาชิกของ BoF 500 พร้อมเลือกผลงานจาก Robert Wun Couture คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 มาสร้างอีกหนึ่งโมเมนต์แฟชั่นที่แตกต่างจากชุดราตรีแบบที่เราคุ้นตา

ด้วยลุคของใหม่มาในท่อนบนสีเขียวมรกตถูกขึ้นรูปให้แนบไปกับลำตัวราวกับประติมากรรม ก่อนจับคู่กับกระโปรงสีดำและชายกระโปรงจีบสีงาช้างขนาดใหญ่ เสริมด้วยถุงมือยาวสีดำ เครื่องประดับ และทรงผมที่ยิ่งทำให้ภาพรวมดูเหนือจริงขึ้นไปอีกระดับ แต่รายละเอียดที่สะดุดตาเป็นพิเศษกลับอยู่บริเวณหน้าอกของชุดซึ่งถูกสร้างให้มีรูปทรงแหลมพุ่งออกมาจากลำตัว จนชวนให้นึกถึงหนึ่งในซิลูเอตที่เคยโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ชุดชั้นในผู้หญิงอย่าง บราหัวกระสุน หรือบราทรงกรวย แน่นอนว่ายังไม่มีข้อมูลจาก Robert Wun ที่ระบุว่าชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบราหัวกระสุนโดยตรง แต่ความคล้ายคลึงของรูปทรงก็ทำให้น่าสนใจว่า เหตุใดซิลูเอตหน้าอกทรงแหลมที่เคยได้รับความนิยมเมื่อกว่า 70 ปีก่อน จึงยังคงวนกลับมาปรากฏอยู่ในโลกแฟชั่นครั้งแล้วครั้งเล่า?

ก่อนหน้าอกทรงกลมจะเป็นภาพคุ้นตา เคยมีช่วงเวลาที่ความแหลมคือความงาม

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1940 บราหัวกระสุนเริ่มเข้ามามีบทบาทในแฟชั่นตะวันตก โดยหนึ่งในแบบที่มีหลักฐานชัดเจนคือผลิตภัณฑ์ของ Perma-Lift ซึ่งออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1941 ก่อนที่รูปทรงดังกล่าวจะได้รับความนิยมอย่างมากในทศวรรษ 1950 เอกลักษณ์สำคัญคือคัพที่ไม่ได้พยายามทำให้หน้าอกกลมมนอย่างชุดชั้นในที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่กลับสร้างรูปทรงเป็นกรวยและมีปลายแหลมชัดเจน หลายรุ่นใช้การเย็บผ้าเป็นวงกลมหรือเกลียวซ้อนกันเพื่อช่วยประคองให้คัพคงรูป เมื่อสวมไว้ใต้เสื้อผ้าพอดีตัวจึงเกิดเป็นซิลูเอตหน้าอกที่พุ่งออกมาด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำแฟชั่นยุค 1950 โดยเฉพาะลุคที่เรียกว่า “สาวเสื้อสเวตเตอร์” ซึ่งจับคู่เสื้อถักหรือเสื้อที่แนบลำตัวเข้ากับชุดชั้นในทรงแหลม เพื่อขับเน้นสัดส่วนของร่างกาย ดาราฮอลลีวูดและวัฒนธรรมภาพยนตร์ในยุคนั้นก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ซิลูเอตลักษณะนี้แพร่หลายมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือรูปทรงของหน้าอกที่ถูกมองว่าสวยงามไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนไปพร้อมกับแฟชั่นของแต่ละยุค สิ่งที่วันนี้เราอาจมองว่าแปลกหรือเกินจริงครั้งหนึ่งเคยเป็นรูปทรงที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

เมื่อแฟชั่นเริ่มอยากกลับไปหาร่างกายที่ดูเป็นธรรมชาติ

เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1960 ความนิยมของหน้าอกทรงแหลมเริ่มลดลง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นและค่านิยมเรื่องรูปร่าง ซิลูเอตที่ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่อยๆ เข้ามาแทนที่ ทำให้บราหัวกระสุนหลุดออกจากการเป็นชุดชั้นในกระแสหลัก แต่การหายไปจากตู้เสื้อผ้าในชีวิตประจำวันไม่ได้หมายความว่ารูปทรงนี้หายไปจากแฟชั่นอย่างถาวร ตรงกันข้ามเมื่อมันไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นเพียงชุดชั้นในรูปทรงกรวยกลับมีพื้นที่ให้ถูกตีความอย่างสุดโต่งกว่าเดิม

Photo Credit: the Blond Ambition tour

จากชุดชั้นใน สู่หนึ่งในภาพจำของมาดอนนา

หนึ่งในการกลับมาที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในปี 1990 เมื่อ มาดอนนา ปรากฏตัวในชุดคอร์เซ็ตสีชมพูพร้อมหน้าอกทรงกรวยที่ออกแบบโดย ฌอง ปอล โกลติเยร์ สำหรับทัวร์คอนเสิร์ต Blond Ambition จากสิ่งที่ในอดีตถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า โกลติเยร์กลับนำรูปทรงของชุดชั้นในออกมาแสดงอย่างโจ่งแจ้ง และขยายสัดส่วนให้เกินจริงจนกลายเป็นส่วนสำคัญของตัวชุด แน่นอนว่าลุคนั้นกลายเป็นหนึ่งในภาพแฟชั่นที่ถูกจดจำมากที่สุดของมาดอนนา และทำให้หน้าอกทรงกรวยไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะของแฟชั่นย้อนยุคขนาดนั้น แต่กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ที่ทั้งยั่วยุ แข็งแรง และตั้งคำถามกับเส้นแบ่งระหว่างชุดชั้นในกับเสื้อผ้าที่ควรถูกมองเห็น จากของที่ครั้งหนึ่งมีหน้าที่สร้างรูปร่างให้เข้ากับมาตรฐานความงามของยุคสมัยมันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแฟชั่นที่ตั้งใจทำให้คนมอง

Photo Credit: Courtesy of Miu Miu

เมื่อความแหลมกลับมาอีกครั้ง

หลายสิบปีหลังจากนั้นซิลูเอตทรงกรวยยังคงถูกหยิบกลับมาตีความอยู่เรื่อยๆ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารูปทรงนี้ก็กลับมาให้เห็นชัดขึ้นอีกครั้งบนรันเวย์และในวัฒนธรรมคนดัง ตัวอย่างหนึ่งคือคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ของ Miu Miu ที่นำรูปทรงของบราหัวกระสุนกลับมาใช้ร่วมกับเสื้อถัก กระโปรงทรงดินสอ และองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงการแต่งกายในอดีต ทำให้ซิลูเอตซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องปกติของยุค 1950 กลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกใหม่สำหรับสายตาของคนในปัจจุบันอีกครั้ง นี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของแฟชั่น เพราะสิ่งที่ถูกมองว่า “เก่า” ไม่ได้จำเป็นต้องกลับมาในรูปแบบเดิมเสมอไป เพราะแฟชั่นเพียงหยิบรูปทรงที่เราคุ้นเคยออกจากบริบทเดิมแล้ววางมันลงในบริบทใหม่ ความหมายของมันก็เปลี่ยนไปทั้งหมด

Photo Credit: BOF 500

แล้วลุคของ ใหม่-ดาวิกา กำลังบอกอะไรเรา

เมื่อกลับมามองลุคของใหม่คงไม่ได้สนใจหรอกว่านี่มันคือชุดบราหัวกระสุนหรือไม่ แต่คือการได้เห็นว่ารูปทรงของร่างกายซึ่งเคยเป็นแฟชั่นในชีวิตประจำวันเมื่อหลายสิบปีก่อนสามารถกลับมาอยู่ในแฟชั่นร่วมสมัยด้วยความหมายที่ต่างออกไปได้อย่างไร สมัยก่อนบราหัวกระสุนถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเพื่อช่วยสร้างซิลูเอตตามความงามของยุคนั้น แต่ในลุคของ Robert Wun โครงสร้างบริเวณหน้าอกกลับถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเสื้ออย่างชัดเจน ไม่ได้พยายามซ่อนว่ารูปร่างนี้ถูกสร้างขึ้นแต่กลับยิ่งขยายมันให้ดูเหนือจริง ราวกับร่างกายกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นประติมากรรม และเมื่อใหม่เลือกนำลุคนี้มาสวมในงาน BoF 500 Gala ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังพยายามย้อนกลับไปแต่งตัวแบบผู้หญิงยุค 1950 หากแต่เป็นการทำให้ซิลูเอตที่เราเคยเห็นในอดีตกลับมาดูร่วมสมัยอีกครั้ง ผ่านงานออกแบบที่ตั้งใจทำให้สัดส่วนของมนุษย์ดูเกินจริง

กว่า 70 ปีผ่านไปหน้าอกทรงแหลมอาจไม่ได้กลับมาเพื่อบอกว่าผู้หญิงควรมีรูปร่างแบบไหนอีกแล้ว แต่มันกลับมาในฐานะรูปทรงหนึ่งที่นักออกแบบสามารถหยิบมาเล่น ขยาย บิด และสร้างความหมายใหม่ได้ไม่รู้จบ แฟชั่นอาจไม่ได้หมุนกลับมาเหมือนเดิมเสียทีเดียว แต่สิ่งที่กลับมาคือภาพจำจากอดีตซึ่งถูกคนในปัจจุบันหยิบขึ้นมาเล่าใหม่ต่างหาก

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...