โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปกรณ์” ไม่หวั่นติดโผ 18 รมต.ถูกซักฟอก มองข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ลั่นเป็นนั่งร้านให้ประเทศ ไม่ได้อุ้มภูมิใจไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 9 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พรรคฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 โดยมีชื่อติด 1 ใน 18 รัฐมนตรี ว่า ตนมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจข้อกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อกล่าวหาควรจะมีอะไรบ้างที่เราพอจะสามารถชี้แจงได้ ว่าเป็นเรื่องใดประเด็นใด แต่หากเป็นข้อกล่าวหาลอยๆก็ไม่รู้จะตอบอะไร อย่างตนยังคิดว่าจะเอาอะไรไปตอบ เพราะเมื่ออ่านจากข้อกล่าวหาของตนแล้วก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปต่อเหมือนกัน

ทั้งนี้ตามระบอบประชาธิปไตย เราว่ากันด้วยเหตุผลที่ควรจะชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกล่าวหาลอยๆ และเวลาชี้แจงหรืออภิปราย ตนมองว่าชาวบ้านจะไม่ได้อะไร แต่สิ่งที่เราต้องการจากระบอบประชาธิปไตย คือเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการ กล่าวหาซึ่งนี่คือความรู้สึกของตน เพราะเวลาดูการประชุมสภาของสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเลื่อนลอยขนาดนี้

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านกล่าวหามีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์ ย้ำว่า เขาต้องอธิบายว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เอื้อพวกพ้องอย่างไร หากมาลอยๆเช่นนี้ตนก็สามารถพูดได้ ถ้าผู้กล่าวหา เอื้อพวกพ้องพูดลอยๆได้หรือไม่แล้วจะตอบกันอย่างไร เช่นการใช้อำนาจบางอย่าง กล่าวให้ใครไปชี้แจงเป็นการทำลายตนและเอื้อพวกพ้องจะพูดลอยๆอย่างนี้ได้หรือไม่ มันก็ไม่ถูก

เมื่อถามว่า การที่มาดูงานด้านกฎหมาย อาจเอื้อช่องกฎหมายให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรผิดกฎหมาย และนายกรัฐมนตรี ก็ย้ำกับตนอย่างนี้มาตั้งแต่ ฉะนั้นอะไรที่ผิดกฎหมายตนก็จะบอกกับเขาว่าไม่ทำหรือทำไม่ได้ อย่างนี้ตนเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลหรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ

เมื่อถามย้ำว่า ตกลงแล้วเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวว่า ถ้าหากบอกว่าตนเป็นนั่งร้าน ตนเป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีใครทำผิดนายกรัฐมนตรีก็ส่งตนไปดู แล้วจะบอกว่าตนรู้จักคนนั้นคนนี้ซึ่งก็รู้จักหมดทุกคน แต่การกล่าวหาใครในเรื่องทั้งทางแพ่งและอาญา ทางวินัยทางปกครองก็ควรต้องมีหลักฐาน เพราะถ้ามีหลักฐานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปว่ากันมา และค่อยไปไล่ตามสอบกัน อย่างกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เราก็ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ป.ป.ป หรือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็มีการไล่ตามกันทุกเดือนว่ามีความคืบหน้าไปอย่างไร

นายปกรณ์ ยังยืนยันว่า ตนไม่ได้อยู่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่พรรคภูมิใจไทยคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เชิญตนก็มา ซึ่งตนก็ต้องทำงานของตน ก่อนย้ำว่าตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่หากทางพรรคภูมิใจไทย เชิญไปให้ความรู้หรือสอบถามเรื่องประเด็นปัญหาก็ต้องอธิบายให้เขาฟัง แต่ก็ไม่ได้ไปบ่อย

ก่อนยืนยันว่า ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใดที่มีรายชื่อเป็น 1 ใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงกินอิ่มนอนหลับสบาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และตนบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเมื่อไหร่ภารกิจจบ ตนก็จะไปเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...