โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐยกระดับกดดันทางเศรษฐกิจ ประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อกองเรือเงาอิหร่าน

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ตุลาคม 2569 เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่บุคคล เครือข่าย และเรือ 17 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และปิโตรเคมีของอิหร่าน นับเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลเตหะราน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการตัดขาดทางเศรษฐกิจ” ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตัดแหล่งเงินทุนของอิหร่านสำหรับการทำสงครามกับสหรัฐ การพัฒนาขีปนาวุธ การโจมตีทางไซเบอร์ และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี)

“การคว่ำบาตรในวันนี้ถือเป็นการโจมตีอย่างมีนัยสำคัญที่สุดต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่ผิดกฎหมายที่เหลืออยู่ของอิหร่าน ด้วยการทำลายกองเรือเงาส่วนใหญ่ ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐกำลังตัดแหล่งรายได้หลักที่ผิดกฎหมายแหล่งสุดท้ายของอิหร่าน และเพิ่มแรงกดดันระหว่างประเทศให้รัฐบาลเตหะรานรับผิดชอบ” เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อการขายน้ำมันของอิหร่าน หลังจากสหรัฐกลับมาปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากความล้มเหลวของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลเตหะรานกับรัฐบาลวอชิงตัน ในการยุติสงคราม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านมีน้ำมันดิบเหลืออยู่เพียงประมาณ 20 ล้านบาร์เรล บนเรือที่อยู่นอกพื้นที่ปิดกั้น นอกชายฝั่งสิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนระบุเสริมว่า อิหร่านหยุดขนถ่ายน้ำมันดิบทางเรือแล้ว อันเป็นผลมาจากการปิดกั้นและการคว่ำบาตร

ด้านนักวิเคราะห์คนหนึ่งกล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าสหรัฐกำลังคว่ำบาตรเรือหลายลำ หลังอิหร่านส่งมอบน้ำมันเกือบทั้งหมดทางทะเลแล้ว หมายความว่าผลกระทบจะลดลง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...