ไขข้อสงสัย "บ้านชินจัง" มี 2 ชั้น ทำไมครอบครัวโนฮาร่าถึงใช้ชีวิตอยู่แต่ชั้นล่าง?
บ้านชินจังมี 2 ชั้น แต่ทำไมครอบครัวโนฮาร่าถึงอยู่กันแต่ชั้นล่าง? ความจริงชั้นบนไม่ได้ร้าง!
ใครที่เติบโตมากับการ์ตูนเรื่อง "เครยอนชินจัง" (Crayon Shin-chan) คงคุ้นเคยกับภาพบ้านหลังเล็ก ๆ ของครอบครัวโนฮาร่า ที่มีทั้งฮิโรชิ คุณพ่อมนุษย์เงินเดือน มิซาเอะ คุณแม่จอมประหยัด ชินจัง ลูกชายวัย 5 ขวบ ฮิมาวาริ น้องสาวตัวน้อย และเจ้าชิโร่ สุนัขประจำบ้าน
แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่า บ้านชินจังเป็นบ้าน 2 ชั้น ทว่าฉากส่วนใหญ่ในการ์ตูนกลับเกิดขึ้นที่ชั้นล่างแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกินข้าว ดูโทรทัศน์ หรือแม้แต่การนอนของสมาชิกทั้งครอบครัว
แล้วชั้น 2 ของบ้านชินจังมีอะไรอยู่? ทำไมครอบครัวโนฮาร่าถึงเลือกนอนรวมกันบนฟูกที่ชั้นล่าง แทนที่จะขึ้นไปใช้ห้องนอนด้านบน? ความจริงแล้ว ชั้น 2 ไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะมีห้องที่ถูกใช้งานจริง และยังมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับตัวละครสำคัญในการ์ตูนอีกด้วย
เปิดผังบ้านครอบครัวโนฮาร่า
บ้านของครอบครัวโนฮาร่าตั้งอยู่ในเมืองคาสุคาเบะ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นบ้านเดี่ยวไม้ 2 ชั้น พร้อมสวนและที่จอดรถ โดยสื่อญี่ปุ่นหลายแห่งอธิบายว่าบ้านหลังนี้มีผังห้องประมาณ 4DK หรือ 3LDK ตามการตีความรายละเอียดที่ปรากฏในการ์ตูน
ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และห้องเสื่อทาทามิ ซึ่งเป็นบริเวณที่ครอบครัวโนฮาร่าใช้ปูฟูกนอนรวมกันในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีทางออกไปยังสวนหลังบ้านและบ้านของเจ้าชิโร่อีกด้วย
ส่วนชั้น 2 มีห้องแบบตะวันตกอยู่ 2 ห้อง พร้อมพื้นที่โถงบริเวณบันได โดยห้องหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของฮิโรชิ ขณะที่อีกห้องเคยเป็นที่พักของญาติฝ่ายมิซาเอะ และถูกใช้เป็นพื้นที่เก็บของในบางช่วงของเรื่อง
ชั้น 2 ของบ้านชินจังมีอะไร? ไม่ได้เป็นห้องว่างทั้งหมด
แม้ฉากบนชั้น 2 จะไม่ปรากฏบ่อยนัก แต่มีการเปิดเผยรายละเอียดห้องทั้งสองผ่านเนื้อหาในการ์ตูนและสื่อญี่ปุ่นที่นำผังบ้านโนฮาร่ามาวิเคราะห์ โดยแต่ละห้องมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ห้องที่ 1 ห้องทำงานส่วนตัวของฮิโรชิ
หนึ่งในห้องบนชั้น 2 เป็นห้องทำงานหรือห้องส่วนตัวของโนฮาร่า ฮิโรชิ คุณพ่อของชินจัง ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว โดยภายในห้องมีโต๊ะทำงานและเฟอร์นิเจอร์สำหรับเก็บสิ่งของส่วนตัว
เว็บไซต์ Mynavi News ของญี่ปุ่นเคยนำเสนอรายละเอียดผังบ้านโนฮาร่า โดยระบุว่าหนึ่งในห้องบนชั้น 2 เป็นห้องของฮิโรชิที่ใช้เป็นพื้นที่ทำงาน แม้จะไม่ค่อยปรากฏในการ์ตูน แต่ไม่ได้หมายความว่าห้องนี้ไม่มีการใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ ชั้น 2 จึงมีพื้นที่ส่วนตัวของฮิโรชิอยู่แล้ว เพียงแต่กิจกรรมส่วนใหญ่ของเขาหลังกลับจากทำงาน เช่น กินข้าว ดูโทรทัศน์ และพักผ่อนกับครอบครัว มักเกิดขึ้นในบริเวณชั้นล่างมากกว่า
ห้องที่ 2 ห้องเก็บของที่เคยมีคนมาอาศัยอยู่
อีกห้องหนึ่งบนชั้น 2 เป็นห้องที่มักถูกใช้เก็บสิ่งของ โดยเฉพาะอุปกรณ์ออกกำลังกายและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักที่มิซาเอะซื้อสะสมเอาไว้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมุกตลกที่ปรากฏในเรื่อง
แต่ความน่าสนใจคือห้องนี้เคยถูกใช้เป็นห้องพักของ "โคยามะ มูซาเอะ" น้องสาวของมิซาเอะ หรือก็คือน้าสาวของชินจัง ซึ่งเคยย้ายเข้ามาพักอาศัยกับครอบครัวโนฮาร่าระหว่างช่วงหนึ่งของเนื้อเรื่อง
เมื่อมูซาเอะไม่ได้พักอยู่แล้ว ห้องดังกล่าวจึงกลับมาเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยถูกใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีการนำสิ่งของต่าง ๆ มาเก็บไว้ ทำให้ผู้ชมอาจเข้าใจว่าชั้น 2 ของบ้านหลังนี้ไม่มีใครใช้เลย
ทำไมครอบครัวโนฮาร่าถึงนอนรวมกันที่ชั้นล่าง?
หากสังเกตฉากก่อนนอนในการ์ตูน จะเห็นว่าฮิโรชิ มิซาเอะ ชินจัง และฮิมาวาริ มักนอนรวมกันในห้องเสื่อทาทามิชั้นล่าง โดยปูฟูกลงบนพื้นแทนการใช้เตียงแยกห้อง ซึ่งเป็นลักษณะการนอนที่พบได้ในครอบครัวญี่ปุ่น
แม้ในเรื่องจะไม่ได้มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการที่ชัดเจนว่าทำไมครอบครัวโนฮาร่าจึงเลือกนอนชั้นล่าง แต่เมื่อพิจารณาจากอายุของลูกทั้งสองคนและการจัดพื้นที่ภายในบ้าน ก็มีเหตุผลหลายประการที่สามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล
3 เหตุผลที่อาจอธิบายได้ ทำไมบ้านชินจังใช้ชีวิตกันแต่ชั้นล่าง
1. ชินจังกับฮิมาวาริยังเล็ก การนอนใกล้พ่อแม่สะดวกกว่า
เหตุผลแรกคืออายุของสมาชิกในครอบครัว เพราะชินจังมีอายุเพียง 5 ขวบ ขณะที่ฮิมาวาริยังเป็นทารก การให้เด็กทั้งสองนอนอยู่ใกล้พ่อแม่ช่วยให้ดูแลได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อเด็กตื่นกลางดึก ร้องไห้ หรือต้องการความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ การนอนรวมกันที่ชั้นล่างยังช่วยลดความจำเป็นที่เด็กจะต้องขึ้นลงบันไดในช่วงกลางคืน ซึ่งอาจเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะฮิมาวาริที่ยังอยู่ในวัยคลาน
2. วัฒนธรรมญี่ปุ่นนิยมใช้ห้องเสื่อทาทามิเป็นห้องนอน
อีกเหตุผลหนึ่งเกี่ยวข้องกับรูปแบบการอยู่อาศัยของครอบครัวญี่ปุ่น โดยเฉพาะบ้านที่มีห้องเสื่อทาทามิ ซึ่งสามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งเป็นห้องพักผ่อน ห้องรับแขก และห้องนอนในพื้นที่เดียวกัน
ในเวลากลางวัน ห้องทาทามิสามารถใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ส่วนเวลากลางคืนก็นำฟูกออกมาปูเพื่อใช้นอน และเมื่อถึงตอนเช้าก็สามารถเก็บฟูกกลับเข้าตู้ ทำให้ใช้พื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น
บ้านโนฮาร่าจึงสะท้อนวิถีชีวิตครอบครัวญี่ปุ่นที่ไม่ได้จำเป็นต้องมีห้องนอนแยกสำหรับสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกยังเล็กและพ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด
3. ชั้น 2 อาจเป็นพื้นที่สำหรับใช้งานเมื่อสมาชิกในบ้านเติบโตขึ้น
อีกหนึ่งคำอธิบายที่น่าสนใจคือ ห้องบนชั้น 2 อาจมีไว้รองรับความต้องการในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อชินจังและฮิมาวาริโตขึ้นจนต้องการห้องส่วนตัวของตัวเอง
รายงานของ Mynavi News ในปี 2015 นำเสนอว่าห้องที่มูซาเอะเคยพักอาศัยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่อาจปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นห้องของลูก ๆ ในอนาคตได้ แต่ในช่วงเวลาปัจจุบันของเรื่อง เด็กทั้งสองคนยังเล็ก จึงไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้ห้องนอนส่วนตัว
แล้วทำไมในการ์ตูนถึงไม่ค่อยมีฉากบนชั้น 2?
นอกเหนือจากเหตุผลภายในเรื่องแล้ว ยังมีคำอธิบายในมุมการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ เพราะการ์ตูน "เครยอนชินจัง" เน้นชีวิตประจำวันของครอบครัวโนฮาร่า โดยสถานที่ที่ตัวละครใช้เวลาร่วมกันมากที่สุดคือห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องเสื่อทาทามิบนชั้นล่าง
พื้นที่เหล่านี้เหมาะกับการสร้างสถานการณ์ตลกระหว่างสมาชิกครอบครัว เช่น ชินจังแกล้งคุณแม่ ฮิโรชิกลับบ้านจากทำงาน หรือฮิมาวาริทำเรื่องวุ่นวาย จึงไม่น่าแปลกที่ฉากส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ห้องชั้น 2 มีบทบาทเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องน้อยกว่า จึงไม่ได้ปรากฏให้เห็นบ่อยนัก
สรุป บ้านชินจังมี 2 ชั้น ทำไมครอบครัวโนฮาร่าถึงใช้ชีวิตกันแต่ชั้นล่าง?
ความจริงแล้ว ชั้น 2 ของบ้านชินจังไม่ได้ถูกปล่อยร้าง เพราะมีห้องอยู่สองห้อง ได้แก่ ห้องทำงานของฮิโรชิ และอีกห้องที่เคยใช้เป็นห้องพักของมูซาเอะ น้องสาวของมิซาเอะ ก่อนจะกลับมาเป็นพื้นที่เก็บของในบางช่วงของเรื่อง
ส่วนเหตุผลที่ครอบครัวโนฮาร่าเลือกใช้ชีวิตและนอนรวมกันบนชั้นล่าง อาจอธิบายได้จากการที่ชินจังและฮิมาวาริยังมีอายุน้อย ความสะดวกในการดูแลลูก รวมถึงวัฒนธรรมการนอนบนฟูกในห้องทาทามิของญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ชั้นล่างยังเป็นพื้นที่หลักที่สมาชิกครอบครัวใช้เวลาร่วมกัน จึงปรากฏในเนื้อเรื่องมากกว่าชั้นบน
อย่างไรก็ตาม การ์ตูนไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการว่าครอบครัวโนฮาร่าตั้งใจใช้ชั้นล่างเป็นพื้นที่หลักด้วยเหตุผลใดเพียงข้อเดียว แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือบ้านสองชั้นหลังนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนชีวิตครอบครัวญี่ปุ่นธรรมดา ๆ ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นในแบบฉบับชินจัง