โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เกาหลีเหนือ” ปฏิเสธเอี่ยวแฮก Binance 6.3 พันล้านดอลลาร์ พบเงินถูกโอนผ่าน 12,000 กระเป๋าคริปโทฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกาหลีเหนือ ปฏิเสธข้อกล่าวหาสหรัฐเอี่ยวแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Elliptic พบแฮกเกอร์โอนเงินผ่าน 12,000 กระเป๋าคริปโทฯ กว่า 40,000 ธุรกรรม

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.52 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐที่ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเปียงยางอยู่เบื้องหลังการโจมตี Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งสร้างความเสียหายประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการยั่วยุทางการเมืองอย่างร้ายแรง ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนพบว่า เงินที่ถูกขโมยถูกเคลื่อนย้ายผ่านกระเป๋าคริปโทฯ หลายหมื่นธุรกรรม เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่าคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ออกมาประณามสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ที่กล่าวหาว่ากลุ่มแฮกเกอร์ TraderTraitor ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ เป็นผู้ก่อเหตุโจมตี Binance โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามสร้างภาพให้เกาหลีเหนือเป็นรัฐอาชญากรรมไซเบอร์ และบิดเบือนความคิดเห็นของประชาคมโลกด้วยการโยงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเข้ากับรัฐบาลเปียงยาง

การปฏิเสธดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Elliptic และ Chainalysis กำลังติดตามเส้นทางเงินคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยจาก Binance โดยพบว่าผู้ก่อเหตุใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้นในการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ข้ามเครือข่ายบล็อกเชน เพื่อทำให้การตรวจสอบและติดตามเงินทำได้ยากขึ้น

Elliptic เปิดเผยว่า ในช่วง 4 วันแรกหลังเกิดเหตุ กลุ่มแฮกเกอร์ใช้กระเป๋าคริปโทฯ ประมาณ 12,000 กระเป๋า บนเครือข่ายบล็อกเชน 11 แห่ง และทำธุรกรรมมากกว่า 40,000 รายการ โดยมีการใช้กระเป๋าใหม่เฉลี่ยทุก 25 วินาที สะท้อนถึงการใช้ระบบอัตโนมัติและกระบวนการฟอกเงินที่มีความซับซ้อนสูง

ในระยะแรก เงินที่ถูกขโมยส่วนใหญ่ถูกกระจายผ่านเครือข่าย Tron ไปยังกระเป๋าประมาณ 7,700 แห่ง ก่อนโอนต่อไปยังเครือข่าย Ethereum ผ่านระบบเชื่อมต่อระหว่างบล็อกเชน (Cross-chain Bridge) โดยมีเงินอย่างน้อย 147 ล้านดอลลาร์ถูกโอนออกจาก Tron ผ่านช่องทางดังกล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มแฮกเกอร์ยังใช้แพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Exchange: DEX) เพื่อแลกเปลี่ยน Stablecoin ที่ถูกขโมยให้เป็นคริปโทเคอร์เรนซีประเภทอื่น เช่น Ether ซึ่งผู้ออกเหรียญไม่สามารถอายัดได้โดยตรง โดย Elliptic ระบุว่า มี Stablecoin มูลค่าประมาณ 786 ล้านดอลลาร์ถูกแปลงเป็นสินทรัพย์อื่น ก่อนที่ผู้ออกเหรียญอย่าง Tether และ Circle จะดำเนินการอายัดสินทรัพย์ส่วนที่เหลือ

ขณะเดียวกัน Chainalysis พบว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของการฟอกเงิน โดยเคลื่อนย้ายเงินมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ผ่านกระเป๋าตัวกลางบนเครือข่าย Tron ก่อนขยายการโอนเงินไปยังเครือข่าย Solana

Elliptic ยังตรวจพบสัญญาณแรกของการใช้เทคนิค Bitcoin Mixing ซึ่งเป็นกระบวนการผสมธุรกรรมเพื่อปกปิดที่มาของเงิน โดย ณ ช่วงเช้าวันจันทร์ (2 พ.ย.) มี Bitcoin ประมาณ 28 เหรียญ มูลค่า 2.2 ล้านดอลลาร์ ถูกนำเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวผ่านธุรกรรม 18 รายการ

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มแฮกเกอร์จะเคลื่อนย้ายเงินผ่านหลายเครือข่าย แต่ Elliptic ระบุว่า จากมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกขโมยทั้งหมด 6.43 พันล้านดอลลาร์ มีเงินประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์ หรือ 44% ถูกอายัดหรือยึดคืนแล้ว ขณะที่เงินอีกราว 3.24 พันล้านดอลลาร์ยังคงอยู่ในกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับการโจรกรรม โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูป Bitcoin และ Ether

บริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีเงินที่ถูกขโมยเพียงส่วนน้อยมากที่ถูกเปลี่ยนเป็นเงินที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง เนื่องจากธุรกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการโอนหรือแปลงสินทรัพย์ระหว่างคริปโทเคอร์เรนซีประเภทต่าง ๆ

ทั้งนี้ Elliptic ประเมินว่า กระบวนการฟอกเงินครั้งนี้ดำเนินไปช้ากว่าเหตุการณ์แฮก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือสามารถเคลื่อนย้าย Ether ที่ถูกขโมยทั้งหมดได้ภายใน 10 วัน โดยคาดว่าเงินที่เหลือจากเหตุการณ์ Binance จะทยอยถูกแปลงเป็น Bitcoin และอาจถูกเปลี่ยนเป็นเงินผ่านนายหน้าซื้อขายนอกตลาด (OTC) หรือแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

ด้าน Binance เปิดเผยว่า บริษัทกำลังทยอยกลับมาเปิดให้บริการถอนสินทรัพย์เป็นระยะ พร้อมเตือนผู้ใช้งานให้ระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างว่าสามารถเร่งการถอนเงินหรือช่วยดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยได้

Binance ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ชดเชยสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 95% ของมูลค่าทั้งหมด ส่วนอีก 5% เป็นโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งต้องใช้เวลาในการจัดหาสินทรัพย์มาทดแทน โดยบริษัทกำลังประสานงานกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการให้ครบถ้วน

อ้างอิง : cnbc.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...