โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตัดท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์! รวบ 5 ผู้ต้องหาเครือข่ายถอนเงินเหยื่อ เฝ้าประกบหน้าแบงก์ ก่อนแปรเงินซื้อทองอำพรางเส้นทาง ส่งต่อบอสจีน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ตำรวจไซเบอร์
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการตัดวงจรบัญชีม้าและเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ

คดีแรกเป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง บัตร ATM 22 ใบ และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหนึ่ง หลังพบพฤติการณ์ร่วมกันควบคุมบัญชีม้ารายใหม่ ตระเวนถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ก่อนนำเงินไปส่งให้ผู้ควบคุมบัญชีม้า และฝากเงินเข้าระบบอีกทอดหนึ่งเพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงิน โดยแต่ละบัญชีมียอดเงินหมุนเวียนตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาทต่อวัน

จากการขยายผลพบความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือและตำรวจ สภ.เมืองระนอง หลอกผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินจนเกิดความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการสั่งให้บัญชีม้านำเงินไปซื้อทองคำ ก่อนนำทองไปขายให้ร้านหลอมทอง เปลี่ยนกลับเป็นเงินสดและส่งต่อไปยังกลุ่มผู้บงการชาวจีน เพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและหมายค้น กระทั่งเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จับกุม น.ส.อภิวรรณ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันสามารถจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ได้ที่ป๊อปปูล่าคอนโด ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ รวมผู้ต้องหาที่จับกุมเพิ่มเติมในปฏิบัติการนี้ 2 ราย โดยถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน แสดงตนเป็นบุคคลอื่น ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ การจัดหาและซื้อขายบัญชีม้า รวมถึงร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

ส่วนปฏิบัติการที่ 2 เป็นการจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าที่ทำหน้าที่ถอนเงินจากธนาคารและส่งต่อให้ผู้ควบคุม สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายพบโฆษณาขายต้นมะกอกผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนติดต่อซื้อสินค้าและถูกชักชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลด โดยช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ทำให้หลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อถึงเวลาต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำรายการได้ คนร้ายอ้างว่าระบบเกิดข้อผิดพลาดและถูกล็อก ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อรีเซ็ตระบบ สุดท้ายผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 6,481,165.50 บาท

จากการสืบสวนของตำรวจไซเบอร์พบว่า หลังเงินถูกโอนเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้าย จะมีการเร่งถอนเงินสดจากธนาคาร บางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำแท่ง ก่อนส่งมอบเงินสดหรือทองคำให้ผู้ร่วมขบวนการรายอื่น โดยมีผู้ควบคุมคอยติดตามประกบตลอดเวลา เพื่อป้องกันการสูญหายของเงินและควบคุมการส่งต่อทรัพย์สิน

ภายหลังศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 6 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 3 ราย ประกอบด้วย นายบี (นามสมมิต) อายุ 38 ปี ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าและถอนเงินสด น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำหน้าที่รับเงินสดจากบัญชีม้าที่ถอนเงิน และ น.ส.อ (นามสมมิต) อายุ 31 ปี ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า ถอนเงินสด รวมถึงนำเงินไปแปลงเป็นทองคำ

ทั้งสามรายถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริตหรือหลอกลวง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลทั้งสองคดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับคดีอื่น ๆ พร้อมเร่งติดตามตัวผู้สั่งการชาวจีนและบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีและยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกลับคืนให้แก่ผู้เสียหาย

สำหรับผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ บช.สอท. ในช่วงปี 2568–2569 สามารถดำเนินคดีได้รวม 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 7,584 คน ปราบปรามการพนันออนไลน์ 1,799 ราย จับกุมผู้ต้องหา 1,924 คน ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท และคืนเงินให้ผู้เสียหายผ่านโครงการ Money Cash Back กว่า 294 ล้านบาท

ส่วนผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1–30 ตุลาคม 2569 สามารถปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ 223 ราย จับกุมผู้ต้องหา 216 คน ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 16.43 ล้านบาท ขณะที่คดีการพนันออนไลน์ดำเนินการ 89 ราย จับกุมผู้ต้องหา 89 คน ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 32.19 ล้านบาท และยังพบเครือข่ายพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยมุ่งทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการ ตั้งแต่บัญชีม้าระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้ควบคุมและผู้สั่งการ เพื่อไม่ให้เครือข่ายมิจฉาชีพสามารถนำเงินที่หลอกลวงประชาชนไปหมุนเวียนก่อเหตุซ้ำได้อีก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...