โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์JICC เตือนพัทยาระวัง Rain bomb บ่ายนี้ น้ำเหนือและลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับ ฝนเคลื่อนลงใต้ 6-13 ต.ค. สั่งพร่องน้ำรับมือ

THE STANDARD

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ศูนย์JICC เตือนพัทยาระวัง Rain bomb บ่ายนี้ น้ำเหนือและลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับ ฝนเคลื่อนลงใต้ 6-13 ต.ค. สั่งพร่องน้ำรับมือ

วันนี้ (5 ตุลาคม) เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่ากระจายทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ถึงภาคตะวันตก และวันที่ 10-13 ตุลาคม จะมีฝนอีกระลอก โดยฝนตกหนักในภาคเหนือจะไหลจากแม่น้ำปิงและน่านมาสมทบที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังมีเขื่อนรองรับได้พอสมควร

ส่วนภาคตะวันตก น้ำจะรวมที่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเคลื่อนลงภาคใต้ ทำให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้และกองทัพภาคที่ 4 เตรียมพร้อมรับมือและระดมเครื่องมือ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการว่า พื้นที่ใดน้ำลดแล้วให้เริ่มกระบวนการเยียวยาทันทีโดยไม่ต้องรอพร้อมกันทุกพื้นที่

เอกภพ กล่าวว่า ปริมาณน้ำเหนือที่เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลยังไม่มีมาเติมมากขึ้น ส่วนน้ำที่นครสวรรค์และน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำผ่านนนทบุรีและกรุงเทพมหานครต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร เช่นเดียวกับแม่น้ำแม่กลองที่ไหลลงอำเภอเมืองบางคนที อำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม น้ำลดลงประมาณ 1 เมตร ถือเป็นสัญญาณที่ดี

สำหรับภาคตะวันออก น้ำจากนครนายกและปราจีนบุรีเริ่มลดและกระจายไปฉะเชิงเทรา ขอเตือนประชาชนอำเภอบางคล้า ราชสาส์น และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เฝ้าระวังใกล้ชิด รวมถึงภาคใต้สัปดาห์หน้าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำป่าไหลหลาก

“ขอแจ้งเตือนประชาชน ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เฝ้าระวังฝนตกในลักษณะ Rain bombในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ได้ นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชน คือ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ที่ส่วนหนึ่งรับน้ำจากฝั่งนครนายก และยังต้องเฝ้าระวังไปถึงสัปดาห์หน้าตั้งแต่เพชรบุรี ไปถึงภาคใต้ตอนและล่าง” เอกภพกล่าว

ด้าน ฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มลดลงเนื่องจากความกดอากาศสูงลดลง แต่ในวันนี้ยังมีฝนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม จะเน้นไปทางภาคตะวันตก จากนั้นวันที่ 8-9 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนตกหนักทางภาคใต้ และวันที่ 10-13 ตุลาคม ร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านจังหวัดเพชรบุรี ส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งได้ประสานกรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เพชรบุรีไว้แล้ว

ขณะที่ ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 68% และเขื่อนสิริกิติ์มี 81% ยืนยันว่าทั้งสองเขื่อน มีช่องว่างความจุเพียงพอรองรับน้ำฝนภาคเหนือที่จะตกเพิ่มขึ้น สำหรับการบริหารจัดการน้ำที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ และแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่ยังจำเป็นต้องคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนชัยนาทและเขื่อนเจ้าพระยารอรับฝนที่จะตกบริเวณจังหวัดกำแพงเพชรและอุทัยธานี

ธเนศร์ กล่าวต่อว่า อัตราการระบายนี้จะส่งผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำตั้งแต่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำทั้งหมด และตรวจตราคันกั้นน้ำในปทุมธานีและนนทบุรี อย่างไรก็ตาม ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตรวจสอบคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา มั่นใจว่าระดับน้ำที่ระบายจะไม่ล้นคันกั้นน้ำเข้าสู่เขตตัวเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างแน่นอน โดยให้เฝ้าระวังเฉพาะน้ำฝนที่จะตกในพื้นที่ช่วงวันที่ 5 และ 10-11 ตุลาคม

ธเนศร์ กล่าวว่า ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำที่เขื่อนแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี มีแนวโน้มลดลง ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ได้บริหารจัดการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบายลงมาอย่างเหมาะสม สำหรับลุ่มน้ำบางปะกง มวลน้ำท่วมจากปราจีนบุรีเริ่มลดลงช้าๆ มาสมทบกับแม่น้ำนครนายก ซึ่งได้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลเพื่อรอรับแล้ว

ธเนศร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนจังหวัดเพชรบุรี อธิบดีกรมชลประทานได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจานเพื่อเร่งพร่องน้ำ และตรวจระบบระบายน้ำให้มีความพร้อม 100% ส่วนภาคใต้ที่มีแนวโน้ม ฝนตกสูงวันที่ 10-11 ตุลาคม ได้สั่งการให้สำนักชลประทานในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี ถึงนราธิวาส เตรียมระบบระบายน้ำรองรับน้ำป่าและน้ำไหลหลากเข้าสู่เขตเมืองเรียบร้อยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...