โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เร่งตัดยอดน้ำเหนือ ทางลัดลงทะเลอ่าวไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2565 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2565 เวลา 13.08 น.

กรมชลฯ เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ตัดยอดน้ำเหนือ ระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลอ่าวไทยเป็นทางลัดให้รวดเร็วขึ้น พร้อมลงพื้นที่เพชรบูรณ์ร่วมนายกฯติดตามแผนพัฒนาอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำป่าสัก 20 แห่ง เสริมความมั่นคงป้องกันท่วม กักเก็บหน้าแล้งในระยะยาวให้ จ.เพชรบูรณ์-ลพบุรี

วันที่ 6 ตุลาคม 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ

โดยสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงได้บริหารจัดการน้ำเหนือโดยใช้ระบบชลประทานเร่งระบายน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด

โดยเฉพาะประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นทางลัดในการระบายน้ำเหนือ จะช่วยให้การระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนหนึ่งลงสู่ทะเลอ่าวไทยได้รวดเร็วขึ้น

โดยจะเป็นการร่นระยะทางการไหลของน้ำจาก 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 เมตรเท่านั้น เพราะระยะทางจากปากคลองถึงปลายคลองของคลองลัดโพธิ์มีระยะสั้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่บริเวณนอกคันกั้นน้ำได้

สำหรับการบริหารจัดการน้ำของประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯ กรมชลประทาน จะเปิดบานระบายของประตูระบายน้ำให้สัมพันธ์กับจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อเร่งพร่องน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างส่วนหนึ่งออกสู่ทะเลอ่าวไทย โดยในขณะนี้จะทำการระบายน้ำในช่วงที่น้ำทะเลลงเท่านั้น เนื่องจากช่วงที่น้ำทะเลขึ้นระดับน้ำทางด้านท้ายน้ำยังสูงกว่าด้านน้ำเหนือ

โดยตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2565-ปัจจุบัน มีการระบายน้ำออกสู่ทะเลแล้วทั้งสิ้น 1,589.60 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาในการรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมาอีกในระยะต่อไป นอกจากนี้ เมื่อพ้นช่วงฤดูน้ำหลากแล้ว กรมชลประทานจะปิดบานระบายของประตูระบายน้ำ เพื่อชะลอน้ำ เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งป้องกันไม่ให้น้ำเค็มรุกล้ำผ่านประตูระบายน้ำเข้าไปส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการใช้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

นายประพิศกล่าวอีกว่า หลังจากการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยว และในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก อำเภอหล่มสัก ว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมและพายุ “โนรู” ทำให้เกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีปริมาณน้ำป่าบางส่วนไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสัก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ

ปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักที่สถานี S.33 อำเภอหล่มเก่า และสถานี S.3 อำเภอหล่มสัก มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โครงการชลประทานเพชรบูรณ์ ได้เข้าไปช่วยเหลือด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีก 4 เครื่อง ในเขตอำเภอหล่มสัก เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำป่าสัก ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงสู่เขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก่อนที่ปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เป็นลำดับต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอหล่มสัก ด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะดวงใหญ่ ความจุเก็บกัก 13.45 ล้าน ลบ.ม. โครงการเพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำห้วยขอนแก่น ให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้นจากเดิม 33 ล้าน ลบ.ม. เป็น 39 ล้าน ลบ.ม. และโครงการป้องกันอุทกภัยเมืองหล่มสัก ด้วยการสร้างคลองผันน้ำเหนือฝายฝั่งซ้ายแม่น้ำป่าสัก ซึ่งอยู่เหนืออำเภอหล่มสัก เพื่อเร่งระบายน้ำลงด้านท้ายอำเภอหล่มสัก นอกจากนี้ ยังมีแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก จำนวน 20 แห่ง

เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยชะเอม อ่างเก็บน้ำห้วยชุนน้อย อ่างเก็บน้ำคลองน้ำทิน อ่างเก็บน้ำบ้านนางั่ว อ่างเก็บน้ำห้วยสะดวงใหญ่ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านโตก อ่างเก็บน้ำห้วยยาง และอ่างเก็บน้ำห้วยซับสอง ส่วนอ่างเก็บน้ำอีก 11 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยบง อ่างเก็บน้ำเขาพังเหย อ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง อ่างเก็บน้ำบ้านธารทิพย์ อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยอีหม้อ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำยา อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำโกย อ่างเก็บน้ำบ้านหินโง่น อ่างเก็บน้ำห้วยผักกูด อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเลา และอ่างเก็บน้ำชับมะนาว

หากสามารถดำเนินการได้จนแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนที่เก็บกักได้เพิ่มขึ้นรวมกว่า 193 ล้าน ลบ.ม. ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับจังหวัดเพชรบูรณ์ และลพบุรีบางส่วน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างทั่วถึง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...