โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์" ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นโรมัน แถมไม่ใช่จักรวรรดิ!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ก.ค. 2566 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 10.23 น.
มงกุฎจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ภาพจาก Wikimedia Commons)

จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) มหาอำนาจของยุโรปในยุคกลาง ดำรงสถานะอยู่นานหลายร้อยปี ครอบครองพื้นที่ยุโรปตอนกลางและตอนเหนือของคาบสมุทรอิตาลี ซึ่ง วอลแตร์ (Voltaire) นักเขียนและนักสิทธิมนุษยชนผู้โด่งดังของฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เคยให้คำนิยามอาณาจักรแห่งนี้ว่า

“This body which was called and which still calls itself the Holy Roman Empire was in no way holy, nor Roman, nor an empire.”

กล่าวง่าย ๆ คือ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์นั้น นอกจากจะไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่เป็นโรมัน และไม่ใช่จักรวรรดิด้วย

การทำความเข้าใจถึงที่มาและตัวตนที่แท้จริงของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องสืบย้อนไปตั้งแต่การสถาปนาอาณาจักรของชาวแฟรงก์หลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก (Western Roman Empire) จักรวรรดิที่แท้จริงของชาวโรมัน เมื่อ ค.ศ. 476

หลังจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลาย ศูนย์กลางความเป็นจักรวรรดิโรมันย้ายไปอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) ในจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบเซนไทน์ (Byzantine Empire) ความเป็น “จักรพรรดิแห่งโรม” ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่และอำนาจของโลกอยู่ ซึ่งศาสนาจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรมกลายเป็นผู้ถือสิทธิ์ในการสวมมงกุฎให้จักรพรรดิแห่งโรม อันหมายถึงการได้รับการแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า

ชาวแฟรงก์ (Franks) หนึ่งในกลุ่มชนเยอรมันสามารถรวบรวมดินแดนเดิมบางส่วนของจักรวรรดิโรมันตะวันตกได้สำเร็จ อาณาจักรขนาดใหญ่นี้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ฝรั่งเศส ประเทศกลุ่มเบเนลักซ์ (เบลเยียม, เนเธอแลนด์, ลักเซมเบิร์ก) สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย และตอนเหนือของอิตาลี ต่อมา ราชวงศ์คาโรแลงเจียน (Carolingian dynasty) ของจักรวรรดิแฟรงก์ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรมด้วย

ชาร์เลอมาญมหาราช (Charlemagne the Great) จักรพรรดิแฟรงก์ผู้ครองราชย์ ค.ศ. 768 มีบทบาทในการทำสงครามกับกองทัพมุสลิมจากสเปน กำราบเผ่าลอมบาร์ดทางตอนเหนือของอิตาลีเพื่อคุ้มครองศาสนจักรโรมันคอทอลิกแห่งกรุงโรมและคุ้มครองพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 (Pope Leo III) ให้กลับไปดำรงตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักรอีกครั้ง หลังเผชิญภัยคุกคามจากปัญหาภายในโดยเหล่าพระคาร์นินัลเชื้อสายละติน (พระสันตะปาปาลีโอที่ 3 มีเชื้อสายกรีก)

ชาร์เลอมาญประสงค์ให้พระสันตะปาปาสถาปนาพระองค์เป็นจักรพรรดิแห่งโรมผ่านพิธีสวมมงกุฎ แม้ ณ เวลานั้นจะมีจักรพรรดิแห่งโรมอยู่ที่คอนสแตนติโนเปิลอยู่แล้ว แต่จากความวุ่นวายภายในจักรวรรดิไบเซนไทน์และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของราชวงศ์คาโรแลงเจียนกับศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรม พระสันตะปาปาลีที่ 3 จึงถือโอกาสสวมมงกุฎและสถาปนาชาร์เลอมาญเป็นจักรพรรดิแห่งโรมัน (Emperor of the Romans) ใน ค.ศ. 800 จักรวรรดิแฟรงก์คาโรแลงเจียน จึงมีสถานะเป็นจักรวรรดิโรมัน (Roman Empire) ของชาวแฟรงก์ (หรือชาวเยอรมัน) ไปโดยปริยาย

หลังจากยุคชาร์เลอมาญ ดินแดนของจักรวรรดิแฟรงก์แตกออกเป็น 3 อาณาจักรในรุ่นหลานของพระองค์ อาณาจักรฝั่งตะวันตกค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นฝรั่งเศสในเวลาต่อมา อาณาจักรฝั่งตะวันออกในดินแดนเยอรมนีได้สานต่อความเป็นเยอรมันของชาวแฟรงก์ ส่วนอาณาจักรตอนกลางค่อย ๆ ถูกกลืนโดย 2 อาณาจักรแรกจนหายไปในที่สุด

กระทั่งสมัยของ ออตโตมหาราช (Otto the Great) อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก (หรือเยอรมนี) สามารถปราบพวกแมกยาร์ (Magyars) ที่กำลังรุกรานพื้นที่ยุโรปตอนกลางและอิตาลีได้สำเร็จ จากพระเกียรติคุณนี้ทำให้ พระสันตะปาปาจอห์นที่ 12 (Pope John XII) ทำพิธีสวมมงกุฎให้พระองค์เป็นจักรพรรดิแห่งโรมันใน ค.ศ. 962 สถานะพระจักรพรรดิแห่งโรมจึงได้รับการสานต่ออีกครั้ง

หลังจากสมัยของจักรพรรดิออตโตมหาราช ดินแดนค่อย ๆ แตกออกมาเป็นอาณาจักรและรัฐขนาดเล็กของกลุ่มชนที่พูดภาษาเยอรมัน ตำแหน่งจักรพรรดิกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์เพราะไม่มีพระราชอำนาจแท้จริง แต่การสืบทอดจักรพรรดิแห่งโรมยังคงดำรงอยู่ผ่านการเลือกตั้งโดยคณะเจ้าผู้เลือก หรือ The prince-electors ซึ่งประกอบด้วยเหล่าเจ้าผู้ครองนคร (King, Duke, Count, Margrave) และพระราชาคณะ (Archbishop) ในจักรวรรดิทั้งหมด 7 คน

ค.ศ. 1155 เฟรเดอริกที่ 1 หรือ เฟรเดอริก บาบารอสซา (Frederick Barbarossa) ได้รับการเลือกตั้งโดยคณะเจ้าผู้เลือกให้เป็นจักรพรรดิแห่งโรม เฟรเดอริกต้องการตอกย้ำสถานะจักรพรรดิแห่งโรมันของพระองค์ด้วยขยายอำนาจลงใต้มายังคาบสมุทรอิตาลี ควบคุมบรรดารัฐและศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรมอย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมเพิ่มคำว่า Holy ไว้ในชื่อจักรวรรดิของพระองค์ กลายเป็น Holy Roman Empire อย่างเป็นทางการ

จากคำกล่าวข้างต้นของวอลแตร์ เราจึงสามารถสรุปตัวตนแท้จริงจักรวรรดิโรมันอันศักด์สิทธิ์ได้ดังนี้

1. ศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรมไม่ได้มีอำนาจใด ๆ เหนือดินแดน แต่เป็นผู้ปกครองที่อาศัยศาสนจักรสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง

2. ก่อตั้งโดยชาติพันธ์ุเยอรมัน ประชากรคือชาวเยอรมัน พูดภาษาเยอรมัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชาวโรมัน

3. สถานะจักรวรรดิไม่มีความต่อเนื่องและดำรงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ จักรพรรดิไม่สามารถรวบอำนาจการปกครองได้ มีการสืบราชบัลลังก์ภายในราชวงศ์บางช่วงเวลาเท่านั้น มีส่วนหนึ่งที่ผ่านการเลือกตั้งโดยคณะเจ้าผู้เลือก ทั้งไม่มีอาณาเขตการปกครองที่ครอบคลุมดินแดนกว้างใหญ่และประชากรหลายชาติพันธุ์ เนื่องจากมีเพียงชนชาติเยอรมันเท่านั้น

ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของการดำรงอยู่ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์มีสถานะเป็นเพียงศูนย์รวมของรัฐเล็กรัฐน้อยที่พูดภาษาเยอรมัน ไม่ได้สร้างศิลปวิทยาการใด ๆ ที่โดดเด่น ขณะที่ดินแดนรายล้อมพัฒนาการขึ้นเรื่อย ๆ อิตาลีเกิดกระบวนการเรเนสซองส์ (Renaissance) ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ส่วนฝรั่งเศสและอังกฤษสามารถพัฒนารัฐชาติที่แข็งแกร่งได้

ส่วน จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ สิ้นสภาพโดยสมบูรณ์หลังการรุกรานของจักรพรรดินโปเลียนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดินฝรั่งเศสในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2533).อารยธรรมสมัยโบราณ-สมัยกลาง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อนันตชัย เลาหะพันธุ. (2529). อารยธรรมตะวันตก. นครปฐม: คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

อนันตชัย เลาหะพันธุ. (2545). สถานะของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในประวัติศาสตร์. วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 25 ฉบับที่ 1 มิถุนายน-พฤศิจากายน: 177-197.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กันยายน 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...