กลยุทธ์ "ไทยเบฟ" ใส่ใจพนักงาน-สร้างการเติบโต
ไทยเบฟ กลุ่มบริษัทไทย ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องดื่มครบวงจรในระดับโลก บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีความมั่นคง และเป็นแบบอย่างขององค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีเยี่ยม
โดยสะท้อนจากการได้รับ 2 รางวัลล่าสุด คือรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2021 (Thailand Edition) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 (รางวัลสุดยอดบริษัทใส่ใจพนักงาน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงาน HR Asia Awards 2021
“ดร.เอกพล ณ สงขลา” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บุคลากรคือทุนมนุษย์ และเป็นเป้าหมายหลักในการทำงาน บริษัทจึงมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อการเจริญเติบโตด้านคน (people investment) 200-300 ล้านบาทต่อปี เพื่อส่งเสริมให้พนักงานปรับตัว และพัฒนาทักษะการทำงานให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งใน และนอกองค์กร
“จนสามารถร่วมขับเคลื่อนบริษัทให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย PASSION 2025 เพื่อครองความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มั่นคง และยั่งยืน (Stable & Sustainable ASEAN Leader) ความท้าทายในการบริหารคน และองค์กรในปัจจุบันมี 2 ด้านที่ต้องดูแลไปพร้อม ๆ กัน คือการดูแลพัฒนาพนักงานให้พวกเขาสามารถดึงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด และการสร้างความผูกพันและพร้อมที่จะเติบโตไปกับองค์กร”
“ทั้งนี้ ผู้บริหารรุ่นพี่ต้องเข้าใจ และยอมรับจังหวะชีวิตของพนักงานรุ่นใหม่ว่าแต่ละคนมีอัตราเร่งไม่เท่ากัน ซึ่งการทำงานร่วมกันต้องยอมรับเรื่องนี้ ไม่บีบคั้นเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้องค์กรเป็นที่ที่น่าทำงาน ในฐานะบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจในระดับสากล ไทยเบฟจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้เติบโตในสายอาชีพ โดยมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสให้กับพนักงานทุกคนผ่านกระบวนการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับพนักงานแต่ละกลุ่ม เพื่อให้พนักงานมีทักษะ และขีดความสามารถในการทำงานเพิ่มมากขึ้น”
“ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนจะเติบโตขึ้น หากได้รับโอกาสทำงานที่ท้าทายมากขึ้น และเมื่อพนักงานผลักดันให้ผู้อื่นเติบโต พนักงานผู้นั้นจะเติบโตขึ้นไปด้วย เราจึงทำให้องค์กรเป็นที่ที่พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่”
สำหรับ PASSION 2025 เป็นการดำเนินงาน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
หนึ่ง build (สรรค์สร้างความสามารถ) คือการสรรค์สร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก ที่ตอนนี้ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ และมองหาตลาดใหม่ ๆ
สอง strengthen (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง) คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการทำงานร่วมกัน
สาม unlock (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ) คือนำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด รวมถึงการนำทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่มาพัฒนาศักยภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยได้นำมาปรับใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของไทยเบฟ
“การที่ไทยเบฟได้รางวัล HR Asia Awards 2021 ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลแรก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2021 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 ด้วยผลคะแนนความผูกพันพนักงานระดับเป็นเลิศ ที่มาจากการสำรวจบริษัทในไทยเกือบ 300 บริษัท และการเยี่ยมชมบริษัท เป็นการยืนยันว่าแนวทางการบริหารคนและองค์กรของเรามีประสิทธิภาพ สะท้อนการดูแลเอาใจใส่พนักงานกว่า 46,000 คนในประเทศ และ 62,000 คนทั่วโลก เป็นอย่างดี”
แม้ว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การดำเนินการในด้านต่าง ๆ ของไทยเบฟ ยังสามารถทำให้พนักงานทุกคนได้รับการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างดีที่สุด ควบคู่กับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้จากที่บ้านอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนั้น เพราะไทยเบฟมีมาตรการหลายอย่างเพื่อลดความกังวลใจของเพื่อนพนักงาน เช่น จัดให้มีระบบลงทะเบียนดิจิทัลทุกวันเพื่อความปลอดภัยแก่พนักงาน และคนรอบข้าง การจัดทำประกันภัยความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคน โดยทุกตำแหน่งงานจัดให้มีสายด่วน 24 ชั่วโมง ดูแลเรื่องต่าง ๆ การตรวจโควิด-19 และการสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร่วมกับภาครัฐ รวมถึงจัดหาวัคซีนทางเลือก
“ดร.เอกพล” กล่าวด้วยว่า ไทยเบฟมีเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรอันดับท็อป ๆ ที่คนรุ่นใหม่เลือกทำงานด้วย และดึงดูดให้พวกเขาอยู่กับองค์กรอย่างน้อย 20 ปี ซึ่งปัจจุบันองค์กรไทยเบฟมีพนักงานที่เป็นคนเจเนอเรชั่น baby boomer จำนวน 7% (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2489-2507)เจเนอเรชั่น X (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2508-2522) จำนวน 32% คนเจเนอเรชั่น Y (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2523-2540) และ เจเนอเรชั่น Z (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2543-2553) จำนวน 61%
“เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งแทนพนักงานระดับผู้บริหารระดับสูงที่ใกล้เกษียณ ไทยเบฟวางแผนการสรรหาคนรุ่นใหม่ผู้สืบทอดตำแหน่ง (succession plan) เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน รวมถึงรักษาวัฒนธรรมการบริหารจัดการที่ดี โดยหนึ่งในแผนทดแทนตำแหน่งงานคือการประเมินความพร้อมของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการพิจารณา โดยใช้โมเดล W.A.R. คือความมุ่งมั่น (willing) มีความสามารถ (able) และมีความพร้อม (ready)”
การสร้างบุคลากรที่มีความมุ่งมั่น มีความสามารถ และมีความพร้อม เพื่อก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งงานสำคัญ ๆ ของไทยเบฟ ประกอบด้วยระบบและกระบวนการในการประเมินพนักงานที่มีศักยภาพสูงจากทุกสายงาน เพื่อค้นหา global talent pool หรือพนักงานที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นผู้นำไทยเบฟในอนาคต
และการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (individual development plan) ผ่านรูปแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์ ที่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ตำแหน่งงานหลัก (experiential learning) รวมถึงระบบสนับสนุนโอกาสการทำงานต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความพร้อมในระยะเวลาอันรวดเร็ว และรองรับแผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศของไทยเบฟ
ที่สำคัญ “คนไทยเบฟ” ควรมีทัศนคติที่สอดคล้องกับ global values 3 ประการ คือ
หนึ่ง collaboration ร่วมกันผสานพลังใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง และความหลากหลายของแต่ละบุคคล เพื่อผสานความแข็งแกร่ง และมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน
สอง creating values สร้างสรรค์คุณค่า มุ่งมั่นที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ และพร้อมที่จะคว้าโอกาสในการสร้างสรรค์คุณค่าให้เกิดขึ้นแก่ไทยเบฟ และสังคม
สาม caring for stakeholders เอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง และทำความเข้าใจทุกมุมมองของทุกฝ่ายด้วยความตั้งใจดี เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ หนึ่งในช่องทางที่ไทยเบฟมองหาคนรุ่นใหม่คือ โครงการ ThaiBev Internship Program for Thai Students ที่จัดขึ้นแต่ละปีเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาฝึกงานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในรูปแบบปฏิบัติงานจริงตามสายงาน พร้อมโปรเจ็กต์มอบหมายที่ท้าทายศักยภาพของน้อง ๆ และมีโปรแกรมฝึกอบรม และกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงยังได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง
ซึ่งปี 2564 มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการกว่าหนึ่งพันคนทั่วอาเซียน ตรงนี้สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด จากการสำรวจของ HR Asia และ Work Venture ครั้งล่าสุดอีกด้วย
ถือเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพความแข็งแกร่ง และการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรับมือกับเทรนด์โลกสู่กลไกการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่มั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ PASSION 2025