โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลยุทธ์ "ไทยเบฟ" ใส่ใจพนักงาน-สร้างการเติบโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 04.21 น.
ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

ไทยเบฟ กลุ่มบริษัทไทย ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องดื่มครบวงจรในระดับโลก บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีความมั่นคง และเป็นแบบอย่างขององค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างดีเยี่ยม

โดยสะท้อนจากการได้รับ 2 รางวัลล่าสุด คือรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2021 (Thailand Edition) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 (รางวัลสุดยอดบริษัทใส่ใจพนักงาน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงาน HR Asia Awards 2021

“ดร.เอกพล ณ สงขลา” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บุคลากรคือทุนมนุษย์ และเป็นเป้าหมายหลักในการทำงาน บริษัทจึงมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อการเจริญเติบโตด้านคน (people investment) 200-300 ล้านบาทต่อปี เพื่อส่งเสริมให้พนักงานปรับตัว และพัฒนาทักษะการทำงานให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งใน และนอกองค์กร

“จนสามารถร่วมขับเคลื่อนบริษัทให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย PASSION 2025 เพื่อครองความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มั่นคง และยั่งยืน (Stable & Sustainable ASEAN Leader) ความท้าทายในการบริหารคน และองค์กรในปัจจุบันมี 2 ด้านที่ต้องดูแลไปพร้อม ๆ กัน คือการดูแลพัฒนาพนักงานให้พวกเขาสามารถดึงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด และการสร้างความผูกพันและพร้อมที่จะเติบโตไปกับองค์กร”

“ทั้งนี้ ผู้บริหารรุ่นพี่ต้องเข้าใจ และยอมรับจังหวะชีวิตของพนักงานรุ่นใหม่ว่าแต่ละคนมีอัตราเร่งไม่เท่ากัน ซึ่งการทำงานร่วมกันต้องยอมรับเรื่องนี้ ไม่บีบคั้นเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้องค์กรเป็นที่ที่น่าทำงาน ในฐานะบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจในระดับสากล ไทยเบฟจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้เติบโตในสายอาชีพ โดยมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสให้กับพนักงานทุกคนผ่านกระบวนการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับพนักงานแต่ละกลุ่ม เพื่อให้พนักงานมีทักษะ และขีดความสามารถในการทำงานเพิ่มมากขึ้น”

“ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนจะเติบโตขึ้น หากได้รับโอกาสทำงานที่ท้าทายมากขึ้น และเมื่อพนักงานผลักดันให้ผู้อื่นเติบโต พนักงานผู้นั้นจะเติบโตขึ้นไปด้วย เราจึงทำให้องค์กรเป็นที่ที่พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่”

สำหรับ PASSION 2025 เป็นการดำเนินงาน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

หนึ่ง build (สรรค์สร้างความสามารถ) คือการสรรค์สร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก ที่ตอนนี้ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ และมองหาตลาดใหม่ ๆ

สอง strengthen (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง) คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการทำงานร่วมกัน

สาม unlock (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ) คือนำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด รวมถึงการนำทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่มาพัฒนาศักยภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยได้นำมาปรับใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของไทยเบฟ

“การที่ไทยเบฟได้รางวัล HR Asia Awards 2021 ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลแรก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2021 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล We Care : HR Asia Most Caring Companies Awards 2021 ด้วยผลคะแนนความผูกพันพนักงานระดับเป็นเลิศ ที่มาจากการสำรวจบริษัทในไทยเกือบ 300 บริษัท และการเยี่ยมชมบริษัท เป็นการยืนยันว่าแนวทางการบริหารคนและองค์กรของเรามีประสิทธิภาพ สะท้อนการดูแลเอาใจใส่พนักงานกว่า 46,000 คนในประเทศ และ 62,000 คนทั่วโลก เป็นอย่างดี”

แม้ว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การดำเนินการในด้านต่าง ๆ ของไทยเบฟ ยังสามารถทำให้พนักงานทุกคนได้รับการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างดีที่สุด ควบคู่กับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้จากที่บ้านอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนั้น เพราะไทยเบฟมีมาตรการหลายอย่างเพื่อลดความกังวลใจของเพื่อนพนักงาน เช่น จัดให้มีระบบลงทะเบียนดิจิทัลทุกวันเพื่อความปลอดภัยแก่พนักงาน และคนรอบข้าง การจัดทำประกันภัยความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคน โดยทุกตำแหน่งงานจัดให้มีสายด่วน 24 ชั่วโมง ดูแลเรื่องต่าง ๆ การตรวจโควิด-19 และการสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร่วมกับภาครัฐ รวมถึงจัดหาวัคซีนทางเลือก

“ดร.เอกพล” กล่าวด้วยว่า ไทยเบฟมีเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรอันดับท็อป ๆ ที่คนรุ่นใหม่เลือกทำงานด้วย และดึงดูดให้พวกเขาอยู่กับองค์กรอย่างน้อย 20 ปี ซึ่งปัจจุบันองค์กรไทยเบฟมีพนักงานที่เป็นคนเจเนอเรชั่น baby boomer จำนวน 7% (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2489-2507)เจเนอเรชั่น X (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2508-2522) จำนวน 32% คนเจเนอเรชั่น Y (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2523-2540) และ เจเนอเรชั่น Z (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 2543-2553) จำนวน 61%

“เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งแทนพนักงานระดับผู้บริหารระดับสูงที่ใกล้เกษียณ ไทยเบฟวางแผนการสรรหาคนรุ่นใหม่ผู้สืบทอดตำแหน่ง (succession plan) เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง
และยั่งยืน รวมถึงรักษาวัฒนธรรมการบริหารจัดการที่ดี โดยหนึ่งในแผนทดแทนตำแหน่งงานคือการประเมินความพร้อมของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการพิจารณา โดยใช้โมเดล W.A.R. คือความมุ่งมั่น (willing) มีความสามารถ (able) และมีความพร้อม (ready)”

การสร้างบุคลากรที่มีความมุ่งมั่น มีความสามารถ และมีความพร้อม เพื่อก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งงานสำคัญ ๆ ของไทยเบฟ ประกอบด้วยระบบและกระบวนการในการประเมินพนักงานที่มีศักยภาพสูงจากทุกสายงาน เพื่อค้นหา global talent pool หรือพนักงานที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นผู้นำไทยเบฟในอนาคต

และการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (individual development plan) ผ่านรูปแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์ ที่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ตำแหน่งงานหลัก (experiential learning) รวมถึงระบบสนับสนุนโอกาสการทำงานต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความพร้อมในระยะเวลาอันรวดเร็ว และรองรับแผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศของไทยเบฟ

ที่สำคัญ “คนไทยเบฟ” ควรมีทัศนคติที่สอดคล้องกับ global values 3 ประการ คือ

หนึ่ง collaboration ร่วมกันผสานพลังใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง และความหลากหลายของแต่ละบุคคล เพื่อผสานความแข็งแกร่ง และมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน

สอง creating values สร้างสรรค์คุณค่า มุ่งมั่นที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ และพร้อมที่จะคว้าโอกาสในการสร้างสรรค์คุณค่าให้เกิดขึ้นแก่ไทยเบฟ และสังคม

สาม caring for stakeholders เอาใจใส่ต่อผู้เกี่ยวข้อง และทำความเข้าใจทุกมุมมองของทุกฝ่ายด้วยความตั้งใจดี เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ หนึ่งในช่องทางที่ไทยเบฟมองหาคนรุ่นใหม่คือ โครงการ ThaiBev Internship Program for Thai Students ที่จัดขึ้นแต่ละปีเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาฝึกงานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในรูปแบบปฏิบัติงานจริงตามสายงาน พร้อมโปรเจ็กต์มอบหมายที่ท้าทายศักยภาพของน้อง ๆ และมีโปรแกรมฝึกอบรม และกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงยังได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง

ซึ่งปี 2564 มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการกว่าหนึ่งพันคนทั่วอาเซียน ตรงนี้สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด จากการสำรวจของ HR Asia และ Work Venture ครั้งล่าสุดอีกด้วย

ถือเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพความแข็งแกร่ง และการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรับมือกับเทรนด์โลกสู่กลไกการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่มั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ PASSION 2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...