ผุดขยายถนนไม่สนชาวบ้าน ปรับพื้นสูงเหนือกำแพง บังกิจการร้านค้าปิดช่องทำกิน
ฉะเชิงเทรา – ผุดขยายถนนไม่สนชาวบ้าน ขอบพื้นสูงเหนือกำแพงบังหน้าร้านค้า ปิดขวางกิจการริมทาง ทำชาวบ้านโอดประกอบธุรกิจทำมาหากินไม่ได้แล้ว มองโครงการทำผิดข้อตกลงในเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่เคยบอกแจงสูงแค่ 75 ซม. แต่พอดำเนินโครงการขึ้นจริงสูงท่วมหัวถึงกว่า 2 เมตร ทำชาวบ้านท้อใจหวั่นหมดทางแก้ไข
วันที่ 3 ก.ค.68 เวลา 13.30 น. นายมงคล อยู่ดี อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 ม.4 ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้กล่าวถึงความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช2004 เส้นทางเชื่อมจากถนนสาย 34 (บางนา-ตราด) ไปยังทางหลวงสาย 314 (ฉะเชิงเทรา-บางปะกง) ตอนที่ 1 ระหว่างจุดตัดทางหลวงชนบท ฉช3001 (แยกเกาะไร่) ไปยังตลาดวัดพิมพาวาส จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรรวมระยะทาง 4.425 กม. ตามสัญญาเลขที่ 44/2566 ลงวันที่ 17 มี.ค.66 ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันด้วยเงินงบประมาณ 549.5 ล้านบาทว่า
โครงการดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนใจและเกิดเป็นกังวลถึงผลกระทบที่กำลังจะได้รับอย่างหนัก หลังจากการดำเนินการก่อสร้างทางดังกล่าวได้มีการยกระดับพื้นถนนที่หน้าบ้านและกิจการร้านซ่อมและจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ของตน สูงถึงกว่า 2 เมตร จนมีระดับเหนือศีรษะและท่วมกำแพงรั้วบ้าน ทั้งที่ก่อนการดำเนินโครงการ ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่ และมีการระบุว่าจะมีการยกระดับพื้นถนนให้สูงขึ้นจากเดิมแค่เพียง 75 ซม.เท่านั้น
แต่เมื่อมีการเข้ามาดำเนินโครงการจริงๆ กลับมีการก่อสร้างแนวขอบถนนเป็นกำแพงสูงมากถึงกว่า 2 เมตร ที่บริเวณหน้าบ้านของตนและข้างเคียง จนทำให้หน้าร้านถูกปิดตายด้วยกำแพงทึบของแนวถนน และหากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะไม่สามารถเข้าออกจากบ้านและร้านค้าได้เลย และไม่สามารถเปิดร้านประกอบกิจการทำอาชีพได้ตามปกติ เพราะมีถนนสูงเหนือศีรษะเสมอกับขอบชายคาบ้านชั้นแรก ขณะนี้จึงยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หรือจะมีใครเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขอะไรได้บ้าง
นอกจากนี้หากมีถนนสูงเหนือกำแพงบ้านแล้ว ยังระมัดระวังทรัพย์สินจากโจรขโมยได้ยากมากด้วย เพราะไม่รู้จะสร้างกำแพงรั้วให้สูงขึ้นต่อไปได้อย่างไรอีก จึงจะสามารถป้องกันได้ ทั้งที่ของเดิมที่เคยมีอยู่ก็สูงมากถึงกว่า 2 เมตรแล้ว รวมทั้งยังจะมีปัญหาน้ำท่วมไหลลงมาสู่ตัวบ้านของตนตามมาภายหลังอีก หลังจากถนนสูงกว่าระดับพื้นเดิมมาก จะทำให้น้ำจากด้านบนถนนไหลลงมายังในพื้นที่บ้านของตนด้วย แล้วชาวบ้านจะแก้ไขปัญหากันได้อย่างไร
ซึ่งหากโครงการก่อสร้างมีการยกระดับถนนขึ้นมาเพียง 75 ซม. ตามที่ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นกันเอาไว้นั้น ก็ยังพอที่จะปรับปรุงทำเป็นเนินดินขึ้นมารับเป็นทางขึ้นลงออกจากบ้านและร้านค้าได้ แต่เมื่อมีแนวขอบถนนสูงมากขนาดนี้ และมาปิดขวางทางเข้าหน้าบ้านถึงกว่า 2 เมตรตลอดแนวอย่างที่กำลังมีการก่อสร้างอยู่นี้ ยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้อย่างไร และอาคารกิจการร้านค้าของตนนั้นก็เพิ่งลงทุนก่อสร้างแล้วเสร็จได้ไม่นาน ก่อนที่จะมีโครงการนี้เข้ามาขยายถนนในภายหลังอีกด้วย จึงทำให้ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนและไม่สามารถที่จะปรับแก้ไขอะไรได้เลย นายมงคล กล่าว