โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ยโสธร แม่ทัพภาค 2 เดินสายทำบุญถวายพระพุทธรูปหยก

สยามรัฐ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.04 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.04 น.

แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปทำพิธีถวายพระพุทธรูปหยก จำนวน 2 องค์ ให้กับวัดป่าอีสานเขียว ตำบลดู่ทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นวัดที่ 20 วัดสุดท้ายสำหรับการถวายพระพุทธรูปท่ามกลางประชาชนและแฟนคลับจำนวนมากที่ไปร่วมพิธีพร้อมกับให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568) เวลา 13.30 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางด้วยรถยนต์ไปที่วัดป่าอีสานเขียว บ้านดู่ทุ่ง ตำบลดู่ทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เพื่อเป็นประธานในพิธีถวายพระพุทธปฏิมา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหยก จำนวน 2 องค์ องค์ที่ 1 เป็นพระประธานพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางสมาธิเนื้อหยกลายเมฆ หน้าตัก 25 นิ้ว สูง 95 เซนติเมตร และหนัก 250 กิโลกรัม องค์ที่ 2 เป็นพระหินหยกสีชมพูสมัยเชียงแสน รุ่นสิงห์ 1 ปางสะดุ้งมาร หน้าตัก 20 นิ้ว และหนักประมาณ 450 กิโลกรัม โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ให้การต้อนรับ และมี พระครูประสิทธิ์ศีลคุณ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร (ธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางประชาชนและแฟนคลับจำนวนมากที่เดินทางไปร่วมพิธีและให้กำลังใจกับแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมกับได้เข้าโอบกอดและขอถ่ายรูปและเซลฟี่ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ให้ถ่ายรูปและทักทายกับชาวบ้านที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข้าสักการะประธานฝ่ายสงฆ์และสักการะพระครูธรรมธรปุญญเดช อติธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าอีสานเขียว

หลังเสร็จพิธีถวายพระพุทธรูปหยกแล้วแม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะกับส่วนราชการและชาวบ้านที่มาต้อนรับพร้อมทั้งแจ้งว่าพระพุทธรูปที่นำมาถวายวัดในวันนี้ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นวัดที่ 20 วัดสุดท้ายที่ได้ถวายให้กับวัดต่างๆในภาคอีสานและได้ยืนยันว่าถึงแม้ว่าทางฝ่ายปกครองหรือฝ่ายบริหารประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรแต่อธิปไตยของชาติแผ่นดินไทยยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่หายไปไหนและทหารจะยังคงรักษาอธิปไตยของชาติเอาไว้ตลอดไปและในโอกาสนี้ได้ฝากไปยังประชาชนในเรื่องของการติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ขอให้ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ให้แน่ชัดก่อนที่จะเชื่อและทำอะไรลงไป เพราะปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย รวมถึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มาเที่ยวปราสาทที่อยู่ตามแนวชายแดน ที่นอกจากจะได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...