โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทวงคืนอ่าวอาหรับ ทรัมป์ล้อมรั้ว AI สกัดจีน เปิดแผนพาบิ๊กเทคไปตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทุน

Thairath Money

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.31 น.
ภาพไฮไลต์

การเดินทางเยือนตะวันออกกลางของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดประกายแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่ โดยเฉพาะในสมรภูมิของ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” (AI) ที่กำลังกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน

ตลอดทริป 4 วัน 3 ประเทศซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทรัมป์สามารถเจรจาข้อตกลงการลงทุนขนาดมหาศาล ครอบคลุมทั้งพลังงาน เทคโนโลยีขั้นสูง และระบบป้องกันประเทศ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในหมวด AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการช่วงชิงอิทธิพลในภูมิภาคจากจีน

  • ซาอุดีอาระเบีย ลงนามข้อตกลงมูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพลังงาน เทคโนโลยีขั้นสูง และการป้องกันประเทศ
  • กาตาร์ ร่วมลงทุนมูลค่า 243,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และ AI
  • ยูเออี ตกลงดีลมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีล้ำยุค AI และการยกระดับศักยภาพดิจิทัลในภูมิภาค

ดีลเหล่านี้สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ที่หันมาใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแทนการแทรกแซงทางทหาร พร้อมกับการวางหมากสำคัญเพื่อ “คานอำนาจจีน” ซึ่งได้ฝังรากลึกในตะวันออกกลางช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาผ่านโครงการ Belt and Road Initiative (BRI), การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงาน รวมถึงการวางโครงข่ายการสื่อสารสำคัญ โดยบริษัทอย่าง Huawei ซึ่งนับเป็น Red Flag สำคัญสำหรับยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ที่มีบทบาทอย่างมากในซาอุฯ และยูเออี

AI และชิป เครื่องมือใหม่ของการทูตสหรัฐฯ

“หากสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนให้พันธมิตรใช้เทคโนโลยีอเมริกัน ประเทศเหล่านั้นอาจหันไปพึ่งจีน” เดวิด แซคส์ ที่ปรึกษาด้าน AI แห่งทำเนียบขาวผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาดีลกับผู้นำในตะวันออกกลาง เปิดวิสัยทัศน์ช่วงต้นทริป

AI และเซมิคอนดักเตอร์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของสหรัฐฯ ในการขยายอิทธิพลและป้องกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการวาง “เงื่อนไขด้านความมั่นคง” เช่น การห้ามบริษัทจีนเข้าถึงคลาวด์หรือฮาร์ดแวร์ AI ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค และการส่งเสริมให้พันธมิตรใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ เป็นหลัก ดังนั้นการยกระดับประเทศในภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาคโดยใช้เทคโนโลยีสหรัฐ คือ หมากที่ทั้ง “กันจีน” และ “ขยายอิทธิพล” ไปพร้อมกัน

มีความเป็นไปได้สูงว่า หากข้อตกลงที่ประกาศไว้เดินหน้าได้จริง และประเทศในอ่าวอาหรับยอมรับกรอบความร่วมมือที่วอชิงตันวางไว้ ความเชื่อมโยงระหว่างจีนกับพันธมิตรสหรัฐฯ ในอ่าวจะถูกจำกัดลงอย่างมีนัยสำคัญ สหรัฐฯ จะสามารถควบคุมทิศทางการพัฒนา AI และเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาค ตลอดจนมีแต้มต่อในการเจรจาทางเศรษฐกิจและความมั่นคงกับตะวันออกกลางในระยะยาว

ความสัมพันธ์จีน-อ่าวอาหรับ พื้นหลังที่น่าวิตก

อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ แต่หลายประเทศในอ่าวยังคงมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายที่กังวลเกี่ยวกับการส่งออกชิป AI หลายหมื่นชิ้นให้ซาอุฯ และยูเออี โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนพอ เช่น การส่งต่อชิปผ่านประเทศที่สาม หรือการเข้าถึงระบบจากระยะไกลของบริษัทจีน

ซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดให้จีน และมีความร่วมมือในด้าน 5G และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะกับ Huawei ซึ่งมีบทบาทในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในซาอุฯ ในโครงการ Saudi Vision 2030

ด้าน ยูเออี มีความร่วมมือด้าน AI กับบริษัท G42 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในวงการ AI ของยูเออี และเคยมีสายสัมพันธ์กับจีน แม้ล่าสุดจะหันมาร่วมมือกับ Microsoft และ OpenAI แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ หากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด และในส่วนของกาตาร์ ที่มีจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ของก๊าซธรรมชาติ และยังมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดด้านเทคโนโลยีและการลงทุน

ทั้งนี้ความกังวลที่เกิดขึ้นได้มีการเปิดเผยระบุถึง “ข้อกำหนดความปลอดภัย” ในระดับหนึ่ง เช่น ห้ามส่งต่อชิปไปยังจีน และห้ามบริษัทจีนเข้าถึงระบบจากระยะไกล โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมสหรัฐฯ-พันธมิตรในอ่าวเพื่อร่างรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม

การเปิดเกมใหญ่และความไม่แน่นอนข้างหน้า

แผนการเดินเกม AI ของทรัมป์ในตะวันออกกลางอาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการรักษาอิทธิพลของสหรัฐฯ ท่ามกลางการไล่ล่าของจีนในเวทีเทคโนโลยีโลก หากสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ความเชื่อมโยงระหว่างจีนกับพันธมิตรในอ่าวอาหรับอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ด้วยธรรมชาติของการทูตอ่าวอาหรับที่มักเลือกข้างตามผลประโยชน์ สหรัฐฯ ยังต้องบริหารเกมนี้ด้วยความรอบคอบ เพราะหากเงื่อนไขเปลี่ยน ความสัมพันธ์ก็สามารถเปลี่ยนได้เช่นกัน

คำถามใหญ่จึงถูกถามต่อและยังคงอยู่ สหรัฐฯ ว่าจะสามารถควบคุมการถ่ายโอนเทคโนโลยีและป้องกันการรั่วไหลกลับไปยังจีนได้จริงหรือไม่ การปูพรมอิทธิพลครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของสหรัฐฯ รวมถึงความยืดหยุ่นของการทูตอ่าวอาหรับที่เปิดกว้างในการร่วมมือกับทั้งสหรัฐฯ และจีน โดยมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหลักในการเลือกข้างในแต่ละช่วงเวลา

ในระยะยาวโลกต้องจับตาว่ากลยุทธ์กระจายเทคโนโลยีพร้อมตั้งเงื่อนไขของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำของตนไว้ได้ หรือจะกลับกลายเป็นการเปิดประตูให้คู่แข่งอย่างจีนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นในสนามแข่งขัน AI ระดับโลกหลังจากนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงข้อมูลBloomberg1 , Bloomberg2 , Atlanticcouncil , WIRED

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...