โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอินไซต์ Solo Economy เมื่อคนโสดครองเมืองไทย ส่องปรากฏการณ์ ‘เปย์หนักเพราะรักตัวเอง’ ขุมทรัพย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องจับตามอง

THE STANDARD

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • thestandard.co
เปิดอินไซต์ Solo Economy เมื่อคนโสดครองเมืองไทย ส่องปรากฏการณ์ ‘เปย์หนักเพราะรักตัวเอง’ ขุมทรัพย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องจับตามอง

ในยุคที่การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป พลังของ ‘คนโสด’ ได้กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างทรงพลัง The 1 Insight เผยบทวิเคราะห์ Solo Economy ชี้ว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มตลาดเฉพาะอีกต่อไป แต่คือกลุ่มผู้ซื้อหลักที่ครองสัดส่วนการใช้จ่ายกว่า 2 ใน 3 ของตลาดทั้งหมด

ปรากฏการณ์นี้ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ‘Self Splurge’ หรือการเปย์หนักเพราะรักตัวเอง ซึ่งเป็นการลงทุนกับความสุขและการยกระดับคุณภาพชีวิตส่วนบุคคล และกำลังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับธุรกิจที่เข้าใจผู้บริโภคกลุ่มนี้อย่างแท้จริง

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 ระบุว่า คนไทยถึง 25% อยู่ในสถานะโสด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีสัดส่วนคนโสดสูงถึง 50% ของประชากรทั้งหมด และที่น่าสนใจคือ 75% ของคนโสดในไทยเป็นเพศหญิง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เทรนด์การใช้ชีวิตโสดยังเด่นชัดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ยิ่งอายุน้อยลง สัดส่วนคนโสดยิ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของค่านิยมใหม่ที่ให้ความสำคัญกับอิสระและการสร้างความสุขด้วยตัวเอง โดยไม่ยึดติดกับกรอบครอบครัวแบบเดิม

หัวใจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจคนโสดเติบโตอย่างต่อเนื่องคือ ‘วัตถุประสงค์ในการใช้จ่าย’ ที่แตกต่างจากคนมีครอบครัวอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ครอบครัวต้องแบ่งงบประมาณกว่าครึ่งเพื่อของใช้จำเป็นส่วนรวม คนโสดกลับมีอิสระในการใช้จ่าย ‘เพื่อตัวเอง’ เป็นหลัก ทำให้คนโสดกล้าที่จะลงทุนกับคุณภาพชีวิตและการแสดงออกถึงตัวตนอย่างเต็มที่ พฤติกรรมนี้สะท้อนผ่านตัวเลขที่น่าสนใจ โดยคนโสดใช้จ่ายในหมวดแฟชั่นและความงามสูงถึง 30% ของการใช้จ่ายทั้งหมด

การ ‘เปย์หนักเพราะรักตัวเอง’ ยังแสดงออกผ่านการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และสุขภาพ โดยคนโสดนิยมสินค้ากลุ่มกีฬามากกว่าคนมีครอบครัว 3 เท่า ทานอาหารนอกบ้านบ่อยกว่า 3 เท่า และสนใจสินค้าลักชัวรีมากกว่า 2 เท่า

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังพร้อมจ่ายหนักเพื่อ ‘ประสบการณ์’ ที่เติมเต็มชีวิต โดยใช้จ่ายกับกิจกรรมยามว่างอย่างเวิร์กช็อปทำอาหาร จัดดอกไม้ คอนเสิร์ต หรือการท่องเที่ยวมากกว่าคนมีครอบครัวถึง 2 เท่า

ขณะเดียวกันบริบทของพื้นที่อยู่อาศัยก็ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายเช่นกัน โดยคนโสดในเมืองมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนโสดในต่างจังหวัดราว 1.2 เท่า และเน้นการใช้จ่ายไปกับหมวด ‘Beauty & Premium Lifestyle’ เป็นหลัก ขณะที่คนโสดในต่างจังหวัดกลับมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวด ‘Home & Appliance’ มากกว่า ซึ่งสะท้อนบริบทและลำดับความสำคัญในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เมื่อมองลึกลงไปในหมวดสินค้าที่ครองใจคนโสดจะพบข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลักที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด กลุ่มแรกคือ ‘บิวตี้’ ที่คนโสดใช้จ่ายมากกว่าถึง 4 เท่า ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างเซรั่มหรือครีมกันแดด ไปจนถึงหัตถการในคลินิกเสริมความงาม ตามมาด้วยกลุ่ม ‘แฟชั่น’ ที่ใช้จ่ายมากกว่า 3 เท่า โดยมองว่าการดูแลภาพลักษณ์ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงนาฬิกาหรู คือการลงทุนอย่างหนึ่ง

แต่หมวดที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ ‘ของตกแต่งบ้าน’ ซึ่งคนโสดใช้จ่ายมากกว่าคนมีครอบครัวถึง 4.5 เท่า เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายในการตกแต่งที่พักอาศัยทั้งหมดไม่มี ‘ตัวหาร’ เหมือนคนมีครอบครัว ขณะเดียวกัน คนโสดก็มีอิสระเต็มที่ในการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สะท้อนรสนิยมของตัวเองโดยไม่ต้องประนีประนอมกับใคร ทำให้กล้าลงทุนกับสินค้าดีไซน์ที่มีคุณภาพเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสุขของตนเองอย่างแท้จริง

หมดนี้บ่งชี้ว่า ‘คนโสด’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่มีคุณภาพ มีกำลังซื้อสูง และใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสุขและความพึงพอใจให้กับตนเอง ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้รอให้ใครมาเติมเต็ม แต่พร้อมที่จะเปย์หนักเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ธุรกิจใดที่สามารถออกแบบสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ที่ตอบโจทย์แนวคิด ‘รักตัวเอง’ ได้อย่างแม่นยำ ก็จะสามารถคว้าโอกาสจากขุมทรัพย์ใหม่ที่เรียกว่า Solo Economy นี้ไปครองได้

แฟ้มภาพ: เซ็นทรัลพัฒนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...