โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒน์เผยธุรกิจ Bio-Innovation มาแรง เติบโตสูงทั้งการลงทุน รายได้

Manager Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.25 น. • MGR Online

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวิเคราะห์ธุรกิจดาวเด่น พบธุรกิจ Bio-Innovation ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ มีโอกาสขยายตัวสูง พบมีการลงทุนเปิดบริษัทใหม่เพิ่มขึ้น เงินลงทุนมากขึ้น และมีรายได้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ส่วนต่างชาติก็สนใจเข้ามาลงทุนเช่นเดียวกัน ชี้ไทยมีโอกาสมาก เหตุมีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบ บุคลากรพร้อม มีเทคโนโลยี

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจดาวเด่นประจำเดือน พ.ค.2568 พบว่า ธุรกิจ Bio-Innovation มีความโดดเด่นและน่าสนใจอย่างมาก โดยเป็นการผสมผสานระหว่าง Biotechnology หรือเทคโนโลยีชีวภาพ และ Innovation หรือนวัตกรรม โดยใช้วิทยาศาสตร์ชีวภาพมาประยุกต์ให้เกิดเป็นนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ จนกลายเป็นธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและมีความสำคัญต่อการสร้างความเติบโตของธุรกิจไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์ เกษตร อาหาร และอุตสาหกรรม เช่น เส้นใยสังเคราะห์จากจุลินทรีย์ที่มีความแข็งแรงสูงเทียบเท่าไนลอน อาหารเลี้ยงสัตว์ที่มีโปรตีนสูงผลิตจากหนอนแมลงวันลาย การลดปริมาณน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลไม้เป็นส่วนประกอบ พลาสติกที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังย่อยสลายได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2024 ทั่วโลกมีการแข่งขันในธุรกิจนี้สูงมาก สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมกว่า 1.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 6 ประเทศที่เป็นหลักในอุตสาหกรรมนี้ คือ สหรัฐฯ จีน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่วนไทย มีมูลค่าอุตสาหกรรมประมาณ 0.7% ของโลก โดยระหว่างปี 2024-2030 จะมีสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมเติบโตอยู่ที่ 13.6% ต่อปี และคาดการณ์ว่าในปีอีก 5 ปีข้างหน้าหรือปี 2030 จะมีมูลค่าสูงถึง 8,284 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 268,573 ล้านบาท

สำหรับนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจ Bio-Innovation ในประเทศไทย ในปี 2024 (ณ วันที่ 31 พ.ค.2568) มีจำนวน 389 ราย เพิ่มขึ้น 13.08% มูลค่าทุนจดทะเบียน 9,576 ล้านบาท โดยธุรกิจส่วนใหญ่จัดตั้งในขนาดเล็ก (S) จำนวน 358 ราย คิดเป็น 92.03% ขนาดกลาง (M) จำนวน 30 ราย คิดเป็น 7.71% และขนาดใหญ่ (L) จำนวน 1 ราย คิดเป็น 0.26% รวมถึงจัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัดมากที่สุดจำนวน 382 ราย คิดเป็น 98.20% ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำนวน 5 ราย คิดเป็น 1.29% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 2 ราย คิดเป็น 0.51%

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์สัดส่วนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ Bio-Innovation ในเชิงลึก จะเห็นได้ว่ารอบ 5 ปีที่ผ่านมา (2563-2567) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีการจัดตั้ง 59 ราย เพิ่มขึ้น 11.32% และ 5 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) มีการจัดตั้งใหม่จำนวน 30 ราย เพิ่มขึ้น 57.89% มูลค่าทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 511% โดยปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้น มาจากธุรกิจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจ รวมทั้งปัจจัยด้านการยอมรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่วนการลงทุนของต่างชาติในธุรกิจ Bio-Innovation มีมูลค่า 3,881 ล้านบาท สัญชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ฮ่องกง มูลค่า 1,074 ล้านบาท คิวบา มูลค่าการลงทุน 683 ล้านบาท และ ญี่ปุ่น มูลค่า 649 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการธุรกิจ Bio-Innovation สร้างรายได้สูงต่อเนื่อง ปี 2566 มีรายได้อยู่ที่ 6,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.16% และจากข้อมูลทางด้านการเงิน พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์รวมของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2566 มีสินทรัพย์รวมกว่า 12,585 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.27% จากปี 2562 ที่มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5,637 ล้านบาท สะท้อนถึงนักธุรกิจได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเพื่อหวังผลการเติบโตในระยะยาว

“โอกาสของธุรกิจ Bio-Innovation ในประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพมากและยังรอการลงทุนจากนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ โดยปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนนักลงทุนไทยและมีความได้เปรียบทางการตลาด มาจากไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นแหล่งเพาะปลูกพืช สัตว์และพืชเศรษฐกิจของไทยอย่าง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการนำไปใช้ในธุรกิจ มีบุคลากรที่มีความพร้อมและโครงสร้างพื้นฐานในการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ตลาดโลกมีความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพอย่างปุ๋ย อาหารเสริม เคมีภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าในประเภทนี้อย่างมาก ธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจประเภท BCG ที่อยู่ในยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศของรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการเติบโต และปัจจุบันภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สินค้า สร้างความหลากหลาย ลดต้นทุนการผลิต และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก”นางอรมนกล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...