โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช. ลุยแผน TaB เปลี่ยนเกมโกง “ไม่ให้-ไม่รับ” ต้านสินบนทั้งระบบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 15.00 น.
โครงการ TaB โดย ป.ป.ช. ตั้งเป้ารื้อระบบต้านทุจริต ปิดช่องสินบนทุกระดับ พร้อมเปลี่ยนวัฒนธรรม “ไม่ให้-ไม่รับ” เป็นหลักการใหม่ของสังคมไทย

“รื้อระบบ รุกวัฒนธรรม” ป.ป.ช. ลุยแผน TaB ปิดทางสินบน เปลี่ยนเกมทุจริตทั้งประเทศ

คุณอาจเคยได้ยินคำว่า “ปราบโกง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทำไมการทุจริตจึงยังวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันไม่รู้จบ? คำตอบอาจไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายหรือการจับคนผิด แต่คือการตั้งคำถามใหม่กับ “ระบบ” และ “ค่านิยม” ที่ปล่อยให้การให้และรับสินบนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

บทความนี้จะพาคุณสำรวจแนวคิดเบื้องหลังโครงการ “TaB” (Together Against Bribery) กลยุทธ์ใหม่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ไม่ได้มุ่งแค่ล่าตัวผู้กระทำผิด แต่ต้องการพลิกวัฒนธรรมทั้งระบบ ผ่านการเปลี่ยนวิธีคิดจากรากฐาน ทำไมการเปลี่ยนวัฒนธรรมจึงสำคัญกว่าการจับให้ได้ ไล่ให้ทัน

และเหตุใดคำว่า “ไม่ให้-ไม่รับ” จึงกลายเป็นทางรอดระยะยาวของประเทศ ในวันที่คนไทยเริ่มไม่ยอมอยู่ภายใต้เกมเดิมอีกต่อไป

ในโลกที่ความโปร่งใสกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ การให้และรับสินบนไม่ได้เป็นเพียงพฤติกรรมผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นกลไกเงียบที่กัดกร่อนระบบราชการ เศรษฐกิจ และความไว้วางใจของสังคมต่อรัฐ ปัญหานี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด มันเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ทุกระดับ และมักแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันโดยที่สาธารณชนอาจไม่รู้ตัว

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงริเริ่มโครงการ “TaB” หรือ “Together Against Bribery” ผสานพลังป้องปรามการให้และรับสินบนโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทุจริตในสังคมไทย ผ่านกลยุทธ์เชิงโครงสร้างและยุทธวิธี ที่ไม่เพียงมุ่งปราบปรามปลายเหตุ แต่พยายามรื้อระบบตั้งแต่ต้นทาง

วางรากระบบโปร่งใส ด้วยกลยุทธ์โครงสร้างและยุทธวิธี

โครงการ TaB ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่ามาตรการชั่วคราว แต่คือแนวทางบูรณาการที่ตั้งเป้าลดโอกาสการให้และรับสินบนในทุกระดับ ผ่านสองแนวทางหลัก ได้แก่ แนวทางเชิงโครงสร้าง (Structural Approach) และแนวทางเชิงยุทธวิธี (Tactical Approach)

แนวทางเชิงโครงสร้างมุ่งจัดระบบใหม่ทั้งหมด โดยลดการพึ่งพาดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือใบอนุญาตโรงงานที่เคยต้องใช้เวลาหลายเดือน ผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ปัจจุบันเมื่อเปลี่ยนเข้าสู่ระบบดิจิทัล ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการพบปะเจ้าหน้าที่โดยตรง และไม่สามารถแก้ไขเอกสารย้อนหลังได้ ซึ่งช่วยตัดตอนโอกาสการเจรจาต่อรองผลประโยชน์แอบแฝง

แนวทางเชิงยุทธวิธีทำงานคู่ขนานกับเชิงโครงสร้าง โดยเน้นการลงพื้นที่สืบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสนับสนุนผู้แจ้งเบาะแส ป.ป.ช.จัดตั้งเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลาง เพื่อเฝ้าระวังในจุดเสี่ยง และใช้ข้อมูลเชิงลึกจากภาคประชาชนในการพัฒนาแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

เปิดโปงวงจรสินบนในชีวิตจริง

หัวใจของโครงการ TaB คือความเข้าใจเชิงระบบเกี่ยวกับวงจรสินบน ซึ่งมักเริ่มต้นจาก

“ผู้ให้” ที่เสนอผลประโยชน์ เช่น เงิน ของขวัญ หรือการเลี้ยงดู เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิพิเศษหรือการละเว้นหน้าที่ และจบลงที่ “ผู้รับ” ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ของตนให้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ และวงจรนี้จะหมุนซ้ำจนกลายเป็นความเคยชินในบางองค์กรหรือพื้นที่

ตัวอย่างที่ชัดเจนเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมสูงที่สุดในประเทศไทย การตรวจสอบของ ป.ป.ช. พบว่า มีผู้ประกอบการบางรายเปลี่ยนข้อมูลนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติเป็นคนไทย เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่ำกว่า ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล หลังจากการเร่งปรับระบบเข้าสู่รูปแบบ E-Ticket รายได้ของอุทยานเพิ่มขึ้นทันทีถึง 200 ล้านบาทภายในปีเดียว

3 เป้าหมายหลักของการตัดวงจรสินบนปี 2568

จากการประชุมกำหนดแผนงานประจำปี โครงการ TaB มุ่งจัดการกับปัญหาสินบนในสามกลุ่มหลัก ได้แก่

1. สินบนในเขตชายแดนและการค้า เช่น การขอผ่านด่านศุลกากรโดยไม่ถูกตรวจสอบ การหลีกเลี่ยงภาษี และการเร่งรัดกระบวนการนำเข้าสินค้า ซึ่งมักเกิดในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหรือเขตการค้าชายแดน

2. สินบนในกระบวนการอนุมัติเอกสารราชการ เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตประมง หรือใบรับรองสิ่งแวดล้อม ที่เปิดช่องให้เกิดการเรียกรับเพื่อเร่งขั้นตอน หรือหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

3. สินบนเฉพาะพื้นที่ เช่น การจ่ายเงินเพื่อได้ทำเลค้าขายในงานเทศกาล การใช้พื้นที่อนุรักษ์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเพิกเฉยต่อการละเมิดกฎหมายในพื้นที่อ่อนไหว

บทบาทผู้ประกอบการในการหยุดวงจรสินบน

หนึ่งในหลักการสำคัญของโครงการ TaB คือการให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดวงจรสินบนตั้งแต่ต้นทาง เพราะในหลายกรณี ผู้ประกอบการคือผู้เริ่มต้นเสนอผลประโยชน์ หากสามารถปฏิเสธการจ่ายสินบนได้ตั้งแต่แรก ก็เท่ากับตัดโอกาสให้ผู้เรียกรับ

แนวทางที่แนะนำ ได้แก่ การใช้ระบบ E-licensing ในการยื่นขออนุญาต เพื่อลดการพบปะเจ้าหน้าที่ การแจ้งเบาะแสเมื่อพบพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส เช่น ไม่จัดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ของขวัญ และตั้งระบบตรวจสอบภายในอย่างจริงจัง

การเปลี่ยนวัฒนธรรม คือ ‘ราก’ ของการเปลี่ยนแปลง

โครงการ TaB ไม่ได้มุ่งเน้นที่การลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยนความคิดที่เคยเชื่อว่าการให้สินบนคือทางลัด ให้กลายเป็นการยึดมั่นในความถูกต้องว่า “ไม่โกงคือการลงทุนระยะยาว” ขององค์กรและประเทศ

การสร้างวัฒนธรรมใหม่จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน พร้อมกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเข้าถึงง่าย เพื่อให้ประชาชนกล้าที่จะแจ้งเบาะแส โดยมั่นใจว่าจะได้รับการคุ้มครอง

ทางเลือกของสังคมไทยหลัง TaB ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง

ท้ายที่สุด โครงการ TaB แสดงให้เห็นว่า การต่อต้านสินบนไม่ใช่เรื่องของ ป.ป.ช. เพียงหน่วยเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน หากทุกคนหยุดให้ หยุดรับ และหยุดเฉยต่อการทุจริต ประเทศจะมีโอกาสสร้างระบบราชการที่ตรวจสอบได้ และเศรษฐกิจที่แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ผู้ที่พบพฤติกรรมต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ช. 1205 เว็บไซต์สำนักงาน หรือสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลา แต่ทุกการปฏิเสธตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกของวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อสินบนอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...