โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออก ทุเรียนไทย ไปจีน ครึ่งปีแรกหดตัว 3%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.

สภาพอากาศและกฎเข้มจีน ฉุดยอดส่งออก ทุเรียนไทย ครึ่งปีแรกหดตัว 3% PTF ชู "คุณภาพและความปลอดภัย" เข็นยอดรวมทั้งปีฟื้นจากแรงหนุนตลาดจีนรุ่นใหม่ยังเปิดกว้าง จับตาเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนขั้ว จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เป็นโอกาสของทุเรียนไทย

ทุเรียนไทย

นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด (มหาชน) หรือ PTF ผู้ส่งออกผักและผลไม้สดเกรดพรีเมียม เปิดเผยภาพรวมการส่งออกทุเรียนไทยในงาน Asia Fruit Logistica Bangkok Meet Up ว่า ปริมาณการส่งออกทุเรียนสดจากไทยไปยังประเทศจีนในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2568 ลดลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

จากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร การลดลงดังกล่าวมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1) สภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฤดูกาลเก็บเกี่ยวล่าช้าไปประมาณ 20 วัน และ 2) มาตรการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดขึ้นจากสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) โดยเฉพาะการตรวจสารตกค้าง เอกสาร GAP และการขึ้นทะเบียน DOA ของโรงคัดบรรจุ ซึ่งส่งผลให้ขั้นตอนการส่งออกใช้เวลานานขึ้น และผู้ประกอบการมีต้นทุนสูงขึ้น

นายณธกฤษเสริมว่า ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ทุเรียนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกทุเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม เขามองว่าอนาคตของทุเรียนไทยจะไม่ใช่แค่เรื่องของการเร่งปริมาณการผลิต แต่ต้องเน้นที่“ความปลอดภัยและคุณภาพ” เป็นหัวใจสำคัญ หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ พร้อมทำตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคพรีเมียมมากขึ้น ก็จะช่วยรักษาความนิยมของทุเรียนไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

ทุเรียนไทย

สำหรับ แพลททินัม ฟรุ๊ต นายณธกฤษยืนยันว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้ความรู้เกษตรกร การสุ่มตรวจดินและน้ำจากสวนที่รับซื้อ โดยส่งตรวจในห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน ISO 17025 และได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน

"เมื่อผลผลิตเข้ามาโรงงาน จะมีการตรวจสอบสารตกค้าง แมลง เชื้อรา โดยใช้เกณฑ์ Global GAP ที่เข้มข้นที่สุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนคัดบรรจุ เพื่อรับประกันความปลอดภัยจากสาร BY2 และแคดเมียม 100% ก่อนส่งออกถึงมือผู้บริโภค" นายณธกฤษกล่าว "เราเชื่อว่าการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องราคาและปริมาณเท่านั้น แต่ต้องแข่งกันที่คุณภาพและความปลอดภัยด้วย"

PTF คาดการณ์ว่าปริมาณส่งออกทุเรียนไทยทั้งปีนี้จะกลับมาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในตลาดจีนยังคงสูง โดยปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากข้อจำกัดของมาตรการที่ทำให้การรับซื้อทุเรียนหน้าโรงงานชะลอตัว ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือการควบคุมความชื้นและหนอนเจาะ เนื่องจากปีนี้คาดว่าจะมีฝนตกชุกมากกว่าปกติ

ปัจจุบัน ทุเรียนยังคงเป็นผลไม้ยอดนิยมของผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัย 24–35 ปี ที่ใส่ใจสุขภาพและพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าคุณภาพ ความนิยมนี้ได้กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในวงการอาหารจีน ที่ไม่จำกัดแค่การบริโภคเนื้อทุเรียนสด แต่ยังนำไปพัฒนาเป็นเมนูอาหารคาว–หวาน และเครื่องดื่ม ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมทุเรียนแพร่หลายมากขึ้นในหลายเมืองของจีน

"ดีมานด์ตรงนี้เชื่อว่ายังเติบโตได้อีกมาก เพราะยังมีหลายพื้นที่ หลายมณฑลของจีนที่ทุเรียนยังเข้าไปไม่ถึง" นายณธกฤษกล่าว "นี่จึงเป็นโอกาสของทุเรียนไทยที่ยังเปิดกว้างอยู่" ปัจจุบัน ตลาดทุเรียนสดในจีนนำเข้าจากประเทศไทยมากที่สุด ตามมาด้วยเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ในส่วนแนวโน้มตลาดโลก ปัจจุบันเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ยุคที่แบ่งเป็น 3 ขั้วหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และกลุ่มประเทศอื่น ๆ ที่เริ่มรวมตัวเป็นภูมิภาคการค้า เช่น EU, EFTA และ BRICS โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าในปี 2593 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะอยู่ในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ดังนั้น ไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ เหล่านี้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...