ปิดด่านไม่กี่ชั่วโมง กาสิโนทรุดทั้งแถบ ถึงเวลาทบทวน ‘นโยบายพนัน’ ไทยหรือยัง?
จากกรณีกองกำลังบูรพาออกมาตรการควบคุมชายแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วอย่างเข้มงวดขั้นสูงสุด เพื่อควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยมีคำสั่งห้ามคนไทยทุกประเภทที่เป็นพนักงานในบ่อนการพนัน กาสิโน หรือสถานบันเทิงในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านทุกจุดผ่านแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วอย่างเด็ดขาด และมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นการดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของชาติในพื้นที่ชายแดน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เด็ดขาด! ห้ามคนไทยพนักงานบ่อน-กาสิโนปอยเปตผ่านด่านชายแดนสระแก้ว เริ่มวันนี้
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” ทนายชื่อดัง นักกฎหมายผู้ขับเคลื่อนหลายคดีดัง เจ้าของเพจ รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้ออกมาโพสต์ถึงมาตรการฝ่ายไทย ปิดด่านชายแดนอรัญประเทศ สั่งห้ามคนไทยข้ามไปเล่นพนัน ทำ “กาสิโนปอยเปต” ฝั่งกัมพูชารายได้หดกว่า 60% ใน 1 สัปดาห์ ธุรกิจโดยรอบจะซบเซา รวมทั้งนักพนันและแรงงานหาย กระทบทั้งระบบ ในขณะที่ไทยลดเงินไหลออกกว่า 40,000 ล้าน/ปี
โดยทนายรณณรงค์ ระบุข้อความว่า"เมื่อด่านปิด กาสิโนเงียบ ผลกระทบจากมาตรการปิดชายแดนไทย-กัมพูชา กรณี “กาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน” หยุดชะงักกลางสนามผลประโยชน์ ประเทศไทยตัดสินใจ“ปิดด่าน-ปรับเวลา-คุมคนไทยไม่ให้ข้ามไปเล่นพนัน” ที่ชายแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตรงข้ามเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาตรการที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องความมั่นคง แต่เบื้องลึกแล้วกระทบ“อุตสาหกรรมกาสิโนฝั่งกัมพูชา” อย่างหนัก คำถาม คือ ใครเสีย ใครได้ และ “ใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ข้ามพรมแดน"
จุดเริ่มต้นความมั่นคง หรือ การเมือง?
1. ฝ่ายไทยอ้างว่า ต้องคุมเข้มพรมแดนเพื่อความมั่นคง หลังมีเหตุปะทะบริเวณชายแดนปลายเดือนพฤษภาคม 2568
2. แต่ความจริงที่ทุกคนรู้กันดีคือ กาสิโนฝั่งปอยเปต รับคนไทยเป็นหลักถึง 80-90%
3. แค่คำสั่ง“ห้ามคนไทยข้ามไปเล่นพนัน” รายได้ฝั่งโน้นก็หายวับเป็นพันล้าน
4. แถมยังเกิดการตอบโต้จากฝั่งกัมพูชา ทั้งการขู่ว่าจะ “ปิดด่านถาวร” และ “แบนสินค้าจากไทย” ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ผลกระทบต่อกาสิโนฝั่งกัมพูชา มีดังต่อไปนี้
1. ลูกค้าหายทันที นักพนันไทย 2,000-3,000 คน/วัน หายไป กาสิโนบางแห่งรายได้ตกกว่า 60% ภายใน 1 สัปดาห์
2. พนักงานตกงาน แรงงานไทยที่เคยเข้าไปทำงานในบ่อน ถูกห้ามข้ามด่าน หลายคนทยอยกลับเพราะไม่รู้อนาคต
3. ธุรกิจโดยรอบพังเป็นโดมิโน โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง รถตู้ บริการนำเที่ยว = รายได้เป็นศูนย์
ใครเสียประโยชน์?
1. นักลงทุนกาสิโน ที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจฝั่งกัมพูชา
2. ผู้มีอิทธิพลข้ามชาติ ที่เคยใช้บ่อนเป็นแหล่งฟอกเงิน
3. ตัวกลางขนเงิน/คนไทย ข้ามไปเล่นพนันและกลับมาพร้อมหนี้สิน
คนไทยได้อะไรจากการหยุดข้ามไปเล่นพนัน?
1. ลดโอกาส “เงินไทยไหลออก” ปีละกว่า 40,000 ล้านบาท
2. ป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น แรงงานหลอกลวง ค้ามนุษย์
3. เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนว่า ถ้าคนไทยต้องการเล่นพนัน ไทยควร “เปิดบ่อนเสรีแบบมีภาษี” เองหรือไม่
ในมุมกฎหมาย มีดังต่อไปนี้
1. การปิดด่านหรือห้ามข้ามแดนทำได้โดยอำนาจฝ่ายความมั่นคงตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และคำสั่งฝ่ายทหารในพื้นที่ชายแดน
2. ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ หากรัฐมีเหตุผลด้านความมั่นคง/อธิปไตย
3. แต่อาจต้องชั่งน้ำหนักกับ สิทธิในการทำมาหากินของประชาชนไทย ที่ต้องค้าขายผ่านชายแดน หรือคนที่ทำงานอยู่ฝั่งโน้น
สะท้อนอะไรถึงประเทศไทย?
กาสิโนเพื่อนบ้านสะเทือนหนัก เมื่อไทยแค่สั่งปิดด่านไม่กี่ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่านักพนันไทยคือหัวใจของระบบ ถามกลับว่า ถ้าประเทศไทยเอง “เปิดบ่อนแบบถูกกฎหมาย” แล้วควบคุมได้จริง เงินภาษีจากตรงนั้นจะนำมาช่วยสวัสดิการของคนไทยได้ขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม การปิดชายแดนครั้งนี้ เป็นมากกว่าการคุมความมั่นคง แต่มันคือ “เครื่องมือกดดันทางเศรษฐกิจ” ต่อประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน ก็เป็น“กระจกสะท้อน” ว่าไทยเองต้องตัดสินใจเรื่อง“นโยบายพนัน” ให้ชัดเจน จะห้ามไปตลอด หรือจะเปิดอย่างโปร่งใส ควบคุมได้ และคืนรายได้กลับสู่ประชาชน เพราะวันนี้ “กาสิโนเงียบ แต่คำถามกลับดังขึ้นเรื่อยๆ”
ขอบคุณข้อมูล : รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์