โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดด่านไม่กี่ชั่วโมง กาสิโนทรุดทั้งแถบ ถึงเวลาทบทวน ‘นโยบายพนัน’ ไทยหรือยัง?

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.59 น. • เดลินิวส์
ปิดด่านไม่กี่ชั่วโมง กาสิโนเสียหายหนัก ธุรกิจพังเป็นโดมิโน เหตุการณ์นี้สะท้อนคำถามสำคัญว่า ไทยควรทบทวนและปรับนโยบายการพนันเพื่อประโยชน์ของประเทศหรือไม่?

จากกรณีกองกำลังบูรพาออกมาตรการควบคุมชายแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วอย่างเข้มงวดขั้นสูงสุด เพื่อควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยมีคำสั่งห้ามคนไทยทุกประเภทที่เป็นพนักงานในบ่อนการพนัน กาสิโน หรือสถานบันเทิงในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านทุกจุดผ่านแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วอย่างเด็ดขาด และมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นการดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของชาติในพื้นที่ชายแดน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เด็ดขาด! ห้ามคนไทยพนักงานบ่อน-กาสิโนปอยเปตผ่านด่านชายแดนสระแก้ว เริ่มวันนี้

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” ทนายชื่อดัง นักกฎหมายผู้ขับเคลื่อนหลายคดีดัง เจ้าของเพจ รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้ออกมาโพสต์ถึงมาตรการฝ่ายไทย ปิดด่านชายแดนอรัญประเทศ สั่งห้ามคนไทยข้ามไปเล่นพนัน ทำ “กาสิโนปอยเปต” ฝั่งกัมพูชารายได้หดกว่า 60% ใน 1 สัปดาห์ ธุรกิจโดยรอบจะซบเซา รวมทั้งนักพนันและแรงงานหาย กระทบทั้งระบบ ในขณะที่ไทยลดเงินไหลออกกว่า 40,000 ล้าน/ปี

โดยทนายรณณรงค์ ระบุข้อความว่า"เมื่อด่านปิด กาสิโนเงียบ ผลกระทบจากมาตรการปิดชายแดนไทย-กัมพูชา กรณี “กาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน” หยุดชะงักกลางสนามผลประโยชน์ ประเทศไทยตัดสินใจ“ปิดด่าน-ปรับเวลา-คุมคนไทยไม่ให้ข้ามไปเล่นพนัน” ที่ชายแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตรงข้ามเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาตรการที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องความมั่นคง แต่เบื้องลึกแล้วกระทบ“อุตสาหกรรมกาสิโนฝั่งกัมพูชา” อย่างหนัก คำถาม คือ ใครเสีย ใครได้ และ “ใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ข้ามพรมแดน"

จุดเริ่มต้นความมั่นคง หรือ การเมือง?
1. ฝ่ายไทยอ้างว่า ต้องคุมเข้มพรมแดนเพื่อความมั่นคง หลังมีเหตุปะทะบริเวณชายแดนปลายเดือนพฤษภาคม 2568
2. แต่ความจริงที่ทุกคนรู้กันดีคือ กาสิโนฝั่งปอยเปต รับคนไทยเป็นหลักถึง 80-90%
3. แค่คำสั่ง“ห้ามคนไทยข้ามไปเล่นพนัน” รายได้ฝั่งโน้นก็หายวับเป็นพันล้าน
4. แถมยังเกิดการตอบโต้จากฝั่งกัมพูชา ทั้งการขู่ว่าจะ “ปิดด่านถาวร” และ “แบนสินค้าจากไทย” ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ผลกระทบต่อกาสิโนฝั่งกัมพูชา มีดังต่อไปนี้
1. ลูกค้าหายทันที นักพนันไทย 2,000-3,000 คน/วัน หายไป กาสิโนบางแห่งรายได้ตกกว่า 60% ภายใน 1 สัปดาห์
2. พนักงานตกงาน แรงงานไทยที่เคยเข้าไปทำงานในบ่อน ถูกห้ามข้ามด่าน หลายคนทยอยกลับเพราะไม่รู้อนาคต
3. ธุรกิจโดยรอบพังเป็นโดมิโน โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง รถตู้ บริการนำเที่ยว = รายได้เป็นศูนย์

ใครเสียประโยชน์?
1. นักลงทุนกาสิโน ที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจฝั่งกัมพูชา
2. ผู้มีอิทธิพลข้ามชาติ ที่เคยใช้บ่อนเป็นแหล่งฟอกเงิน
3. ตัวกลางขนเงิน/คนไทย ข้ามไปเล่นพนันและกลับมาพร้อมหนี้สิน

คนไทยได้อะไรจากการหยุดข้ามไปเล่นพนัน?
1. ลดโอกาส “เงินไทยไหลออก” ปีละกว่า 40,000 ล้านบาท
2. ป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น แรงงานหลอกลวง ค้ามนุษย์
3. เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนว่า ถ้าคนไทยต้องการเล่นพนัน ไทยควร “เปิดบ่อนเสรีแบบมีภาษี” เองหรือไม่

ในมุมกฎหมาย มีดังต่อไปนี้
1. การปิดด่านหรือห้ามข้ามแดนทำได้โดยอำนาจฝ่ายความมั่นคงตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และคำสั่งฝ่ายทหารในพื้นที่ชายแดน
2. ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ หากรัฐมีเหตุผลด้านความมั่นคง/อธิปไตย
3. แต่อาจต้องชั่งน้ำหนักกับ สิทธิในการทำมาหากินของประชาชนไทย ที่ต้องค้าขายผ่านชายแดน หรือคนที่ทำงานอยู่ฝั่งโน้น

สะท้อนอะไรถึงประเทศไทย?
กาสิโนเพื่อนบ้านสะเทือนหนัก เมื่อไทยแค่สั่งปิดด่านไม่กี่ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่านักพนันไทยคือหัวใจของระบบ ถามกลับว่า ถ้าประเทศไทยเอง “เปิดบ่อนแบบถูกกฎหมาย” แล้วควบคุมได้จริง เงินภาษีจากตรงนั้นจะนำมาช่วยสวัสดิการของคนไทยได้ขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม การปิดชายแดนครั้งนี้ เป็นมากกว่าการคุมความมั่นคง แต่มันคือ “เครื่องมือกดดันทางเศรษฐกิจ” ต่อประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน ก็เป็น“กระจกสะท้อน” ว่าไทยเองต้องตัดสินใจเรื่อง“นโยบายพนัน” ให้ชัดเจน จะห้ามไปตลอด หรือจะเปิดอย่างโปร่งใส ควบคุมได้ และคืนรายได้กลับสู่ประชาชน เพราะวันนี้ “กาสิโนเงียบ แต่คำถามกลับดังขึ้นเรื่อยๆ”

ขอบคุณข้อมูล : รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...