โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไทยแบก 'ค่ารักษาต่างด้าว' กว่า 2,300 ล้าน ชายแดนไทย-กัมพูชา 277 ล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 19.08 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.35 น.

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ป่วยกัมพูชาจะไม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาลกัมพูชาว่า ไม่น่าจะเป็นจริง เป็นเพียงข่าวลือที่ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ และมั่นใจว่าผู้ป่วยชาวกัมพูชายังมีความต้องการเข้ารับการรักษาในประเทศไทย เนื่องจากระบบสาธารณสุขไทยมีคุณภาพทั้งในด้านแพทย์ และสถานพยาบาล

ส่วนจำนวนค้างชำระค่ารักษาของผู้ป่วยกัมพูชาที่มารักษาในไทย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กำลังดำเนินการแก้ไข โดยพบว่ามีแรงงาน และบุคคลต่างด้าวที่เข้ามารักษาในไทยจำนวนมาก บางส่วนไม่มีทะเบียน หรือไม่ได้อยู่ในระบบประกันสุขภาพ ซึ่งทำให้การติดตามค่าใช้จ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้ มีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในอดีตเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยต่างด้าวอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ สธ.เตรียมผลักดันการบังคับใช้ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อป้องกันการขาดทุนของโรงพยาบาล และรักษาระบบให้มีความยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดทำบัญชี และระบบประกันสุขภาพให้แรงงานกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบ

นายสมศักดิ์ ย้ำว่า การเรียกเก็บค่ารักษาไม่ได้ ไม่ใช่เฉพาะชาวกัมพูชา ยังมีชาวเมียนมา และคนจากประเทศอื่นๆ รวมแล้วกว่าล้านคน หรืออาจมากกว่า เพราะไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีบัญชีที่ชัดเจน ซึ่งคนที่มาทำงานในประเทศไทยจะมี 2 ส่วน คือ ขึ้นทะเบียนมีบัญชีขึ้นตรงกับกระทรวงแรงงาน และประกันสังคม และไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงต้องเร่งจัดระบบให้เรียบร้อย เสนอ ครม.ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุม ส่วนกรณีหากมีชาวกัมพูชาสวมสิทธิ 30 บาท หรือบัตรทอง ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากตรวจสอบพบต้องมีการดำเนินคดีตามขั้นตอน

“เหตุปะทะกันบริเวณชายแดน เป็นสถานการณ์ชั่วคราว ซึ่งโรงพยาบาลชายแดนมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออยู่แล้ว และหากเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ ถ้าเกิดปะทะขึ้นก็เป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว โรงพยาบาลชายแดนดำเนินการต่อได้เหมือนเดิม คิดว่าสัปดาห์นี้เรื่องน่าจะจบ" นายสมศักดิ์ กล่าว

เรียกเก็บค่ารักษาไม่ได้ 2,300 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4 และภาพรวม ปี 2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ประชากร 3 ประเทศเพื่อนบ้านชายแดน ทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา เข้ามาใช้บริการการรักษาในไทยเป็นจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีคนต่างด้าวเข้ามาใช้บริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนทั้งสิ้น 8.7 แสนครั้ง

  • 19.3% เป็นคนต่างด้าวที่มีประกันสุขภาพเอกชน หรือ ชำระค่ารักษาพยาบาลเอง
  • 16.8% เป็นคนต่างด้าวที่ใช้สิทธิผ่านกองทุนบุคคลที่มีปัญหาสถานะ และสิทธิหรือบุคคลไร้รัฐ (ท.99)
  • 6.8% เป็นคนต่างด้าวที่ใช้สิทธิผ่านกองทุนประกันสังคม
  • และมีเพียง 4.3 %ที่ใช้สิทธิ ผ่านกองทุนประกันสุขภาพคนต่างด้าว และแรงงานต่างด้าว

ขณะที่คนต่างด้าวส่วนใหญ่หรือ 52.8% เป็นคนต่างด้าว ที่เข้ามาใช้บริการที่สามารถชำระค่ารักษาได้บางส่วนหรือไม่สามารถชำระค่ารักษาได้ และคนต่างด้าวที่ไม่ระบุสิทธิ

เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เรียกเก็บไม่ได้จากคนต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนไทย พบว่า ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีมูลค่าถึง 2,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ถึง 12.6% โดยกว่า 76.3% ของมูลค่าดังกล่าวมาจากพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีจำนวนคนต่างด้าวเข้ามารับบริการมากที่สุด เมื่อเทียบกับชายแดนอื่น

ชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกเก็บไม่ได้ 277 ล้านบาท

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชากรต่างด้าวที่เรียกเก็บไม่ได้ จำแนกตามรายชายแดนต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เรียกเก็บไม่ได้ของชายแดนทั้งหมด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อ้างอิงที่มาจากกองเศรษฐกิจสุขภาพ และหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ.2568

  • ชายแดนไทย-เมียนมา 76.3 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 570,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 1,800 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-กัมพูชา 12 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 160,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 277 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-ลาว 7.8 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 100,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 180 ล้านบาท
  • ชายแดนไทย-มาเลเซีย 4 % จำนวนต่างด้าวที่เข้ามารับบริการทั้งสิ้น 41,000 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้ 93 ล้านบาท

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...