โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บิ๊กก้อง แถลงทลายแก๊งคอลฯ หลอกคนออสเตรเลีย สูญ 40 ล้าน

INN News

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 08.22 น. • INN News

บิ๊กก้อง ร่วม AFP เปิดปฏิบัติการ Firestorm ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับกุมชาวต่างชาติ 13 ราย เสียหาย 40 ล้าน

วันนี้ (17 มิ.ย 68) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)-17 มิถุนายน 2568 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยMs.Kristie -Lee Cressy Senior Officer เจ้าหน้าที่ Australia Federal Police (AFP) และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ Firestorm ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับกุมชาวต่างชาติ 13 ราย ประกอบด้วยสัญชาติออสเตรเลีย 5 ราย, บริติช 6 ราย, แคนนาดา 1 ราย, แอฟริกาใต้ 1 ราย พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสาร

อาทิ คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค, โน๊ตบุ๊ค, สคริปการพูดชักชวนลงทุน และโทรศัพท์มือถือ รวม 58 รายการ ในข้อหาอั้งยี่, เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก หมู่ 9 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้เสียหายทั้งหมดเป็นชาวออสเตรเลีย จำนวนกว่า 14,000 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย ได้ทำการสืบสวนพบ กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นขบวนการกระทำความผิดหลอกลวงประชาชนในประเทศออสเตรเลียได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาในประเทศไทย และจัดตั้ง Boiler room หรือ คอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเพื่อหลอกลวงประชาชนชาวออสเตรเลียให้ร่วมลงทุนพันธบัตรโดยให้ผลตอบแทนสูงและกำหนดระยะเวลาในการคืนทุนเป็นระยะเวลา ประมาณ 1-3 ปี ให้ผลตอบแทนแบบคงที่ ร้อยละ 7-10 ต่อปี จึงได้ขอความร่วมมือมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและได้ร่วมกันทำการสืบสวนในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้แก๊งนี้มีการทำมาแล้ว 20 ปี ได้จับกุมครั้งล่าสุดได้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนที่หัวหน้าแก๊งที่เป็นชาวอังกฤษและออสเตรเลีย จะหลบหนีมายังประเทศไทย

จากการตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมของขบวนการดังกล่าวพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้เข้ามาอยู่ที่พัทยาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 และต่อมาได้ย้ายมาอยู่กรุงเทพมหานคร โดยตัวการหลัก ได้มีการนัดพบที่โรงแรมแห่งหนึ่ง บน ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ภายหลังจึงได้สะกดรอยติดตามดูพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการดังกล่าวจนพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เดินทางไปยังบ้านพัก ใน จ.สมุทรปราการ จึงได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการลงประกาศขายในราคา 70 ล้านบาท หรือให้เช่าเดือนละ 120,000 บาท โดยมีประกาศพร้อมผู้เช่าถึงเดือน ม.ค.69 พื้นที่ ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณหน้าบ้านเป็นซอยตัน ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายในซอย หน้าบ้านมีกล้องวงจรปิดจำนวน 1 ตัว โรงจอดรถมีผ้าใบกั้น และมีคนเปิด-ปิด ผ้าใบ ขณะรถเข้า-ออกจากบ้านหลังดังกล่าว

จากการเฝ้าสังเกตการณ์บ้านพักหลังดังกล่าวพบว่า มีรถเข้าตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. และ จะออกในเวลาประมาณ 15.30 น. ซึ่งตรงกับเวลาทำงานเมืองซิดนีย์ คือ 09.00 เลิก 18.00 พบรถยนต์เข้า- ออกบ้านหลังดังกล่าวหลายคัน มีพฤติการณ์คือช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่รถยนต์จำนวน 4 คัน ขับเข้ามาในบ้านจะมีคนดูแลบ้านคอยเปิดม่านโรงจอดรถ เมื่อรถเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถแล้ว จะทำการปิดม่านลงเพื่อไม่ให้เห็นคนในรถ หลังจากนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อรถต้องการจะออกจากบ้าน คนดูแล บ้านจะทำการเปิดม่านให้รถยนต์ทยอยออก และปิดม่านไว้ตามเดิมในลักษณะปกปิดพฤติกรรมของผู้พักอาศัย และผู้เข้า-ออกบ้านหลังดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ศาลอาญาออกหมายค้น เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพัก ม.9 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย.68 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้น พบชาวต่างชาตินั่งอยู่ภายในห้องโถงชั้น 1 ของบ้านในลักษณะมีแผงกั้นระหว่างบุคคลคล้ายสำนักงาน ขณะเข้าทำการตรวจค้นผู้ต้องหาได้อยู่ในลักษณะกำลังโทรศัพท์อยู่ทุกโต๊ะ มีเครื่องคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค, โทรศัพท์มือถือ, เอกสารข้อความต่างๆ, สคริปการพูดคุย, เอกสารที่ปรากฏข้อความเกี่ยวกับข้อมูลบริษัทฯ และพันธบัตรที่ขบวนการดังกล่าวชักชวนลงทุน ซึ่งอ้างว่ามีบริษัทฯ อยู่จริงในต่างประเทศ

และภายในคอมพิวเตอร์พบข้อมูลรายชื่อบุคคลชาวออสเตรเลียอีกกว่า 14,000 ราย ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลียอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีการยืนยันแล้วว่ารายชื่อบางส่วนถูกขบวนการดังกล่าวหลอกลวงจริง จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบความเสียหายมากกว่า 2 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือกว่า 40 ล้านบาท

เบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และให้การว่ามีเพื่อนชักชวนและพบเห็นประกาศหางานผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ โดยมีค่าตอบแทนประมาณ 3,000 เหรียญออสเตรเลีย และมีค่าคอมมิชชั่นร้อยละ 2.5 จากการทำงาน มีหน้าที่ทำงานโทรชักชวนลูกค้าให้มาร่วม ลงทุนกับบริษัทฯ โดยโทรชักชวนรายชื่อตามที่ได้รับจากบริษัทฯ เพื่อลงทุน โดยมีMr.Mark Dennis อายุ 54 ปี สัญชาติออสเตรเลียและMr.Mark Andrew Howship อายุ 56 ปี สัญชาติ บริติช เป็นหัวหน้าขบวนการ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...