โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อังกฤษปิดดีล จ่อนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เพิ่ม-แลกลดภาษี ด้านญี่ปุ่นยังไร้ข้อสรุป หลังเจรจานอกรอบประชุม G7

efinanceThai

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 06.49 น.

อังกฤษปิดดีล จ่อนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เพิ่ม-แลกลดภาษี ด้านญี่ปุ่นยังไร้ข้อสรุป หลังเจรจานอกรอบประชุม G7

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มิ.ย. 68 13:49 น.

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อนำเงื่อนไขทางการค้าที่ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วมาบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยลดอัตราภาษีที่สหรัฐฯ ประกาศใช้สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของอังกฤษ และเพิ่มโควตานำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิดของสหรัฐฯ ในสหราชอาณาจักร

ทรัมป์และสตาร์เมอร์ ได้โชว์เอกสารที่ลงนาม ในการประชุม G7 โดยเห็นพ้องที่จะเดินหน้าใช้มาตรการที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าสำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์การบินและอวกาศ แต่ยังคงไม่รวมถึงการลดภาษีเหล็กในทันที ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของอังกฤษ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ ซึ่งรวมถึงการยกเว้นภาษีพื้นฐาน 10% แบบรายประเทศ สำหรับการบินพลเรือนของสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นมาตรการบรรเทาภาษีที่สำคัญสำหรับภาคส่วนที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมสหรัฐฯ

ขณะที่การส่งออกรถยนต์ของสหราชอาณาจักร ไปยังสหรัฐฯ ภาษีในส่วนนี้จะลดลงเหลือ 10% จาก 27.5% ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ สำหรับโควตาส่งออกรถยนต์ ซึ่งอยู่ที่ปีละ 100,000 คัน ในส่วนของเหล็กกล้า สหรัฐฯตกลงที่จะยกเว้นภาษีให้กับสหราชอาณาจักร โดยยังไม่ได้กำหนดโควตา ซึ่งนายฮาวเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้กำหนดโควตาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าสู่สหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสียภาษี 25%

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่น เข้าใกล้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญีปุ่น กล่าวว่า ยังมีบางประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่าย ยังเข้าใจไม่ตรงกัน ดังนั้น เราจึงยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ โดยความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงนี้ จะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอิชิบะในฐานะผู้นำญี่ปุ่น ก่อนการเลือกตั้งวุฒิสภาในเดือนก.ค. หลังจากที่กล่าวถึงการประชุมสุดยอดครั้งนี้ว่าเป็น ก้าวสำคัญ ที่เป็นไปได้ในการเจรจาภาษีที่ดำเนินมาประมาณ 2 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกเก็บภาษีรถยนต์ 25% ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายอิชิบะยังคงยืนยันปกป้องผลประโยชน์ญี่ปุ่น ท่ามกลางแรงกดดันจากการเลือกตั้งระดับประเทศเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ทำให้เขามีรัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่างไรก็ตาม อิชิบะจะยังคงสามารถเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเขาในการปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของญี่ปุ่น แทนที่จะเร่งทำข้อตกลงที่อาจไม่น่าพอใจ เราจะเดินหน้าประสานงานกับสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน เพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ โดยไม่แลกกับผลประโยชน์ของชาติ

ผลสำรวจที่จัดทำโดยหนังสือพิมพ์ Mainichi เมื่อเดือนที่แล้วพบว่า 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้รัฐบาลยึดมั่นในจุดยืนของตนเอง มากกว่าที่จะรีบทำข้อตกลง

ก่อนการประชุมทวิภาคี ความคาดหวังในการประกาศข้อตกลงเพิ่มสูงขึ้นจากการพูดคุยกันหลายครั้งระหว่าง 2 ฝ่าย โดยทั้งอิชิบะและทรัมป์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์ถึง 3 ครั้ง ขณะที่เรียวเซ อากาซาวา หัวหน้าคณะผู้เจรจาของญี่ปุ่น ได้เดินทางไปยังกรุงวอชิงตันถึง 6 ครั้ง เพื่อพบปะคู่เจรจาของสหรัฐฯ ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการประชุม

หลังเสร็จสิ้นการประชุมกับทรัมป์ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่า เขาไม่สามารถระบุได้ว่าข้อตกลงจะบรรลุผลเมื่อใด พร้อมเสริมว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไปในระดับรัฐมนตรี

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาษี 25% สำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ และภาษี 50% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ภาษี 10% สำหรับสินค้าอื่น ๆ โดยรวม ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 24% ในช่วงต้นเดือนก.ค. ซึ่งหากสิ่งที่เรียกว่าภาษีตอบโต้เพิ่มขึ้นเป็น 24% จากฐานเดิม 10% จะทำให้ GDP ที่แท้จริงที่คาดการณ์ของญี่ปุ่นในปี 2029 ลดลงประมาณ 2.2%

โดยทรัมป์ขู่มาตลอดว่า จะขึ้นภาษีรถยนต์ให้สูงขึ้นไปอีก โดยอุตสาหกรรมรถยนต์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งมีการจ้างงานประมาณ 5.6 ล้านคน หรือประมาณ 8.3% ของกำลังแรงงานของประเทศ และคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ที่มา Bloomberg (1) และ (2)

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...