โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ธุรกิจกาแฟ” เร่งนำเข้ากาแฟบราซิล ก่อนสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 50% เริ่ม 1 ส.ค.68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.43 น.

"ธุรกิจกาแฟ" เร่งนำเข้ากาแฟบราซิล ก่อนมาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์มีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม หลังรัฐบาลประกาศเก็บภาษีนำเข้า 50% กระทบต้นทุนผู้นำเข้าโดยตรง ด้านสมาคมกาแฟสหรัฐฯ เรียกร้องให้ยกเว้น

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์กำลังเร่งแข่งกับเวลาเพื่อนำเข้ากาแฟจากบราซิลเข้าสหรัฐให้ได้มากที่สุดก่อนที่ภาษีนำเข้า 50% จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568

โดยข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดชี้ว่าราคาผู้บริโภคในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยหนึ่งในสาเหตุคือภาษีนำเข้าที่เริ่มส่งผลต่อต้นทุนสินค้าต่าง ๆ รวมถึงราคากาแฟที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ผู้ค้าบางรายถึงกับเบนเส้นทางเรือขนส่งในระหว่างเดินทาง ยกเลิกจุดแวะในประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุกาแฟบราซิลสามารถเข้าเทียบท่าสหรัฐได้ทันก่อนวันที่ 1 สิงหาคม โดยไม่ต้องเสียภาษี 50%

ขณะเดียวกันผู้ค้าบางรายได้นำเข้ากาแฟจากบราซิลที่เคยจัดเก็บไว้ในประเทศใกล้เคียงอย่างแคนาดาหรือเม็กซิโก ซึ่งเดิมตั้งใจจะใช้จำหน่ายในประเทศเหล่านั้น มาเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ แทน

ด้านผู้นำเข้าในสหรัฐฯ เริ่มตั้งราคาขายส่งล่วงหน้าแล้ว โดยรวมภาษี 50% สำหรับสินค้าที่จะเข้าประเทศหลังจากวันที่ 1 สิงหาคมไว้เรียบร้อย

Jeff Bernstein กรรมการผู้จัดการบริษัทค้ากาแฟ RGC Coffee กล่าวว่า “เราปรับเปลี่ยนเส้นทางเรือบางลำให้มาถึงสหรัฐฯ ให้เร็วขึ้น ซึ่งเดิมทีมีกำหนดเดินทางยาวกว่านี้ …แต่สำหรับสินค้าล็อตอื่น เราก็ไม่สามารถเร่งให้มาถึงได้ทัน”

ทั้งนี้บราซิลผลิตกาแฟประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณกาแฟที่ใช้ในสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ single origin (แหล่งเดียว) หรือเป็นส่วนผสมหลักในเบลนด์ที่ขายในประเทศที่บริโภคกาแฟมากที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐเองผลิตกาแฟได้เพียง 1% ของที่ใช้บริโภคทั้งหมด

ราคากาแฟในสหรัฐปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงหลัง โดยเฉพาะหลังจากราคาตลาดพุ่งขึ้น 70% เมื่อปีที่แล้วจากปัญหาผลผลิตตกต่ำ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดกล่าวว่าหากภาษีใหม่นี้มีผลบังคับใช้จริงจะสร้างแรงกดดันต่อราคาในวงกว้าง

Steve Walter Thomas ซีอีโอของบริษัทนำเข้า Lucatelli Coffee ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ กล่าว “นี่คือรูปแบบหนึ่งของการเก็บภาษีที่ทำร้ายธุรกิจอเมริกัน ไม่มีใครเดือดร้อนเท่าเรา ไม่ใช่บราซิล ไม่ใช่ประธานาธิบดีลูลา มันคือภัยคุกคามโดยตรงต่อธุรกิจของผู้นำเข้าอย่างผม”

ขณะที่สหกรณ์กาแฟบราซิล Expocacer ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 15% ในตลาดสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า ไม่สามารถเจรจาทบทวนเงื่อนไขการขายสำหรับสินค้าที่จะส่งมอบหลังวันที่ 1 สิงหาคมได้

“นี่คือภาษีที่กำหนดโดยประเทศผู้นำเข้า ดังนั้นผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือผู้นำเข้า และสุดท้ายก็จะผลักภาระไปยังผู้บริโภค” Simao Pedro de Lima ประธาน Expocacer กล่าว พร้อมระบุว่านับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศภาษี ก็ไม่มีการทำสัญญาซื้อขายใหม่กับผู้ซื้อในสหรัฐฯ อีกเลย

ทั้งนี้เมล็ดกาแฟจากบราซิลจะไหลไปยังยุโรปและเอเชียแทน ขณะที่สหรัฐฯ จะต้องนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ง่าย และจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

ผู้ค้ารายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า กาแฟบราซิลเป็นส่วนประกอบประมาณ 1 ใน 3 ของเบลนด์ที่ขายในร้านกาแฟเชนดังอย่าง Dunkin Donuts และ Tim Hortons และยังถูกใช้ใน Starbucks อย่างแพร่หลาย

สมาคมกาแฟแห่งชาติของสหรัฐปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องภาษีดังกล่าว แต่ระบุว่า “กาแฟเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวอเมริกันและเศรษฐกิจสหรัฐ” พร้อมเสริมว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 2 ใน 3 ดื่มกาแฟทุกวัน

ทั้งนี้สมาคมฯ ได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลทรัมป์เพื่อขอยกเว้นกาแฟจากการเก็บภาษีนำเข้าจากบราซิล

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...