โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลทหารแจง “คดีน้องเมย” ทำหน้าที่เป็นกลาง

อีจัน

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 03.31 น. • อีจัน

จากกรณี ศาลทหารสูงสุดชั้นฎีกา พิพากษาตัดสินคดี “น้องเมย” อดีตนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตหลังถูกธำรงวินัย ในโรงเรียนเตรียมทหาร สั่งจำคุกจำเลย 4 เดือน 16 วัน ชดใช้ 15,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี พร้อมให้โอกาสจำเลยปรับปรุงตัว รับราชการ รับใช้ชาติต่อไป ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

อาชญากรรม

ศาลทหารชั้นฎีกา พิพากษา คดีน้องเมย จำคุกจำเลย 4 เดือน 16 ชดใช้ 15,000 บ.

2 วันก่อนหน้า22 ก.ค. 2025

ล่าสุด (23 ก.ค. 68) ศาลทหาร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง ถึงคำพิพากษาคดี “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหาร ตามคําพิพากษาของศาลทหารสูงสุด โดยยืนยันว่า สั่งฟ้องความผิดฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ไม่ใช่คดีทําร้ายร่างกายผู้เสียหายจนถึงแก่ความตาย ย้ำชัด ทําหน้าที่อย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติ ยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ

แถลงการณ์ระบุว่า

เรื่อง คดีนักเรียนเตรียมทหารตามคําพิพากษาของศาลทหารสูงสุด ที่ 18/2568

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 ได้อ่านคําพิพากษาของศาลทหารสูงสุด ที่ 18/2568 ระหว่าง อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 12 โจทก์ กับ นักเรียนเตรียมทหาร ธ. จําเลย โดยมีการพิพากษาลงโทษในสถานเบา และรอการลงโทษให้กับจําเลย กรณีจําเลยทําร้ายร่างกายด้วยการสั่งธํารงวินัยแก่นักเรียนเตรียมทหาร ภ. ผู้เสียหาย จนเสียชีวิต

2. คดีตามคําพิพากษาของศาลทหารสูงสุดที่ 18/2568 มีข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 จําเลยสั่งธํารงวินัยโดยให้ผู้เสียหายทําท่าแคงการ ระหว่างนั้นผู้เสียหายเป็นลมหมดสติ จําเลยได้ไปตามเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารและ ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและนําผู้เสียหายส่งโรงพยาบาล มีบาดแผลถลอกบริเวณศีรษะด้านบนประมาณ 4 เซนติเมตร แพทย์ให้ ความเห็นว่า ผู้เสียหายมีอาการวูบ ไม่รู้สึกตัว ความดันต่ํา เห็นควรทุเลาฝึก งดออกกําลังกายหนัก มีกําหนด 7 วัน กับงดออกกําลังกายในท่าศีรษะก้มลงต่ํากว่าตัว เพราะมีโอกาสทําให้เกิดความดันตกได้ จากนั้น มารดาของผู้เสียหาย ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีกับจําเลย ข้อหาทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องในความผิดฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 12 ได้ฟ้องจําเลยตามความเห็นของพนักงานสอบสวน

ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 พิพากษาว่า จําเลยมีความผิดฐานกระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ให้รอการกําหนดโทษจําเลยไว้ 1 ปี

ศาลทหารกลางพิพากษาว่า จําเลยมีความผิดฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่จิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาว่าผู้เสียหายถูกธํารงวินัยจนเป็นลมหมดสติ ให้จําคุกจําเลย 4 เดือน 15 วัน ปรับ 15,000 บาท โทษจําคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกําหนด 2 ปี

จําเลยฎีกาว่า ไม่มีเจตนาทําร้ายร่างกาย ไม่ได้กระทําผิดตามฟ้อง และโจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษ

ศาลทหารสูงสุดพิพากษาว่า การที่จําเลยสั่งธํารงวินัยผู้เสียหายโดยฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียนเตรียมทหาร และมารดา ผู้เสียหายไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดําเนินคดีกับจําเลยในความผิดฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับ อันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 เห็นว่า จําเลยมีความผิดฐานทําร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับ อันตรายแก่จิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และภายหลังเกิดเหตุจําเลยได้ไปตามเพื่อนนักเรียนเตรียมทหาร และได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและนําผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลเฝ้าดูอาการจนปลอดภัย กับทั้งถูกโรงเรียนเตรียมทหารตัดคะแนนความประพฤติและปลดจากการเป็นนักเรียนบังคับบัญชา ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน เมื่อคํานึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ การศึกษาของจําเลย จึงให้รอการลงโทษไว้

3. ด้วยเหตุนี้ คดีที่ศาลทหารสูงสุดมีคําพิพากษาตามข้อ 2 ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 จึงไม่ใช่คดี ที่มีการกล่าวหาว่าทําร้ายร่างกายผู้เสียหายจนถึงแก่ความตาย อันจะเป็นความผิดฐานทําร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ที่มีการกระทําเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2560 เป็นเหตุให้นักเรียนเตรียมทหาร ภ. ถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ในคดีดังกล่าวจึงเป็นคนละกรณีกัน

นอกจากนี้ คดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จะใช้บังคับ จําเลยจึงไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 สําหรับคดีความผิดฐานทําร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ที่เหตุเกิดในเดือนตุลาคม 2560 นั้น

ปัจจุบันยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลทหาร ส่วนคดีชันสูตรพลิกศพไม่อยู่ในอํานาจการพิจารณาของศาลทหาร ในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง ศาลทหารทําหน้าที่อย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติ ยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและความเป็นธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...