ทรัมป์ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้รับโทรศัพท์จากสีจิ้นผิง
“ทรัมป์ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้รับโทรศัพท์จากสีจิ้นผิง”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
ทรัมป์นอนไม่หลับกระสับกระส่ายมาหลายเดือน หลังจากประกาศขึ้นภาษีกับประเทศต่างๆ ที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ คุยโตว่าหากใครต้องการให้อเมริกาปรับลดภาษี จะต้องซมซานไปขอความเมตตาจากเขาเป็นรายประเทศ ซึ่งก็ได้ผลกับประเทศส่วนหนึ่งที่เดินทางไปขอเจรจา แต่..ประเทศที่ทรัมป์ต้องการให้ไปเจรจาเป็นอันดับแรกกลับไม่ไป ก็จีนนั่นแหละ.. ที่ยังคงนิ่งเฉยไม่ร้อนอกร้อนใจที่ถูกทรัมป์ตั้งภาษีขึ้นไปถึงกว่า 100%
รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ทรัมป์ต้องการให้ผู้นำจีนมาเจรจากับเขาซึ่งๆ หน้าแล้วสรุปผลกันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ฝ่ายจีนกลับถือหลักไม่ทำอะไรผลีผลามหากไม่พร้อม จีนต้องการให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างของจีนไปเจรจาแลกเปลี่ยนความเห็นกับฝ่ายตรงข้ามก่อน ได้ผลอย่างไรการพบปะระดับผู้นำชั้นสูงจึงจะเกิดขึ้น ดังนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายจึงตกลงไปคุยกันที่กรุงเจนีวาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นอกจากกระบวนการเตรียมพร้อมก่อนเจรจาของ 2 ฝ่ายจะไม่ตรงกันแล้ว ความคาดหวังผลของการเจรจาก็แตกต่างกันมาก จีนต้องการจะให้อเมริกาเปิดกว้างให้กับการส่งออกชิปส์ชั้นสูงโดยเฉพาะที่ใช้กับงานทางด้านเอไอ และการทหาร รวมทั้งเปิดโอกาสให้วิสาหกิจจีนเข้าไปลงทุนในอเมริกามากขึ้น แต่เรื่องการส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูงนั้น ฝ่ายอเมริกาถือเป็นเรื่องสำคัญในระดับการเมือง ทั้งฝ่ายเดโมแครตและฝ่ายรีพับลิกันต่างไม่ยอมเปิดทางให้กับการส่งออกเทคโนโลยีล้ำยุคให้กับจีน เพราะเกรงว่าจะถูกจีนนำไปใช้แล้วหันกลับมาคุกคามความมั่นคงของอเมริกาในภายหลัง
ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างพูด อเมริกาเองก็กล่าวหาว่าจีนได้ทุ่มสินค้าราคาถูกเข้าตลาดอเมริกา คุกคามต่อการมีงานทำและวิสาหกิจของอเมริกาอย่างมาก เรียกร้องให้จีนลดการทุ่มสินค้าเข้าในระดับที่เห็นผล ปัญหาสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ “แรร์เอิร์ธ” แร่ธาตุที่หายากซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตรถยนต์และสายการผลิตด้านความมั่นคง อเมริกาต้องการให้จีนขายแรเอิร์ธให้ตนให้มากขึ้น และยังกล่าวหาจีนว่าเป็นผู้ส่งออกเฟนทานิลให้เม็กซิโก ปกติเฟนทานิลเป็นยาแก้ปวดแต่กลับถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นของยาเสพติดส่งไปขายให้อเมริกา เรื่องนี้จีนโยนกลับไปให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้ที่นำสารนี้ไปใช้ผิด ๆ
เป็นเวลาหลายเดือนที่จีนเตรียมพร้อมเนื้อหาที่จะเจรจากับอเมริกาจนพร้อมแล้ว วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน ประธานาธิบดีสีจินผิงก็ยกหูต่อสายไปถึงทรัมป์ ทรัมป์ดีใจมากเมื่อรู้ว่าจะได้พูดสายกับสีจิ้นผิง ความตื่นเต้นดีใจทำให้ทรัมป์ถึงกับเยินยอผ่าน Truth Social แพลตฟอร์มของตนว่า “ผมชอบประธานาธิบดีสีฯของจีนจริงๆ นะ ชอบมาตลอด และจะชอบตลอดไป แต่เขาเป็นคนแข็งมาก จะทำข้อตกลงด้วยคงจะยากมาก ๆ “
ทางฝ่ายจีนแสดงความพร้อมก่อนจะยกหูคุยกับทรัมป์ว่า การสานสัมพันธ์กับอเมริกาครั้งนี้เปรียบเหมือนการเดินเรือในมหาสมุทร ต้องตั้งทิศให้ตรง คุมหางเสือให้ดี ขจัดปัจจัยรบกวนทั้งปวง จีนจะเคารพและปฏิบัติตามผลการประชุมที่เจนีวาเมื่อเดือนพฤษภาคม หวังว่าอเมริกาก็จะทำเช่นเดียวกัน เพราะมันคือก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการพูดคุยและร่วมมือกันอย่างจริงใจเพื่อแก้ปัญหาเป็นหนทางที่ถูกต้องแต่ทางเดียว
การสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้นำ 2 ประเทศใช้เวลาทั้งหมด 90 นาที เนื้อหาของการพูดคุยทั้งหมดเป็นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจการค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งได้ข้อสรุปในเชิงบวก ผู้นำจีนยังออกปากเชิญทรัมป์และสตรีหมายเลข 1 ไปเยือนจีน ผู้นำสหรัฐฯก็ตอบรับคำเชิญ และได้เชิญให้ผู้นำจีนและภรรยาไปเยือนสหรัฐฯเช่นกัน
การคุยกันครั้งนี้นอกจากเรื่องเศรษฐกิจและการค้าแล้ว ก็ไม่ได้หารือกันในเรื่องอื่น ๆ เช่นปัญหารัสเซียกับยูเครน ปัญหาอิหร่านกับอิสราเอล แต่ทว่า.. ในโอกาสที่ดีเช่นนี้ ผู้นำจีนไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไป เขาถือโอกาสหยิบยกเรื่องไต้หวันขึ้นมาเตือนใจอเมริกาอีกครั้ง บอกผู้นำอเมริกาว่าจะต้องจัดการปัญหาไต้หวันอย่างระมัดระวัง จะต้องไม่หลงไปกับพวกแบ่งแยกดินแดนที่ชู “ไต้หวันเป็นอิสระ” ซึ่งจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ทรัมป์ก็ยอมรับกับผู้นำจีนแต่โดยดีว่า “อเมริกาจะยังคงยึดถือนโยบายจีนเดียวต่อไป”