โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีมสุดซอย ทะลายแก๊งยางเถื่อน มูลค่า 223 ล้าน เจ้าของคนจีนหนีออกนอกประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 14.09 น.

“เอกนัฏ” ส่ง ”ทีมสุดซอย“ บุกตรวจโกดังซุกป่ายาง หลังชาวบ้านร้องเรียนลอบดัดแปลงยางรถยนต์เสื่อม ก่อนนำออกจำหน่าย กองยาง 7.45 หมื่นเส้น มูลค่ากว่า 223 ล้านบาท พบโมเดลธุรกิจเจ้าของคนจีนหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับการร้องเรียนแจ้งเบาะแสขบวนการลักลอบนำยางรถยนต์เสื่อมสภาพมาดัดแปลงก่อนนำออกจำหน่าย ซึ่งหากผู้ซื้อนำไปใช้เป็นยางรถยนต์ก็เสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิต จึงได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าคณะตรวจการณ์สุดซอย หรือ “ทีมสุดซอย” กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโดยเร่งด่วน โดยได้รับรายงานเบื้องต้นว่า พบการจัดเก็บยางรถยนต์ผิดกฎหมายในลักษณะโกดังซุกซ่อนภายในป่าสวนยาง และมีคนงานจำนวนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

“ทีมสุดซอยตรวจพบกองยางรถยนต์จำนวนมาก ส่วนใหญ่จะถูกเจียรขัดผิวแก้มยางทั้ง 2 ด้าน เพื่อลบชื่อยี่ห้อ และวันผลิตยางออกบางตัวอักษร ซึ่งเป็นเจตนาปกปิดอำพรางข้อมูลบนยางอย่างชัดเจน จึงได้ยึดอายัดทั้งหมดประมาณ 74,504 เส้น มูลค่าโดยประมาณเส้นละ 3,000 บาท รวมมูลค่าอายัดทั้งสิ้น 223,512,000 บาท“ นายเอกนัฏระบุ

นางสาวฐิติภัสร์กล่าวเสริมว่า สถานที่กองเก็บยางรถยนต์ผิดกฎหมายนี้เป็นลักษณะโกดังซุกซ่อนกลางป่ายาง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง จากการตรวจค้นภายในตู้สำนักงาน พบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด อาทิ ใบโอนย้ายสินค้าที่ระบุว่าเป็นของบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 4 ใบ สมุดบันทึกรายละเอียดยางรถยนต์ และหินเจียรมือถือ เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ควบคุมคนงานได้รวม 14 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ที่เหลือเป็นชาวจีนไปดำเนินคดี

จากการสอบถามคนงานแจ้งว่าเจ้าของสถานที่ดังกล่าวเป็นคนไทยและให้ชาวจีนเช่าพื้นที่ ซึ่งเจ้าของชาวจีนได้ออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนยางรถยนต์ส่วนใหญ่มีต้นทางมาจาก บริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ ยังมียางล้อรถยนต์ของบริษัทอื่น ๆ ปะปนอยู่ด้วย ได้แก่ บริษัท จงเซ่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เจนเนอรัล รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท หวาอี้ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทั้ง 3 บริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง

ขณะที่นางสาว LAN, JININA ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบัญชีของบริษัท หลิงหลง จำกัด ให้การว่า บริษัท หลิงหลง จำกัด ได้นำยางมาเก็บไว้ในที่เกิดเหตุ โดยมิได้ทำสัญญาเช่า แต่รู้จักกับนายโจฮุย ซึ่งเป็นชาวจีนด้วยกัน และนายโจฮุยรู้จักกับเจ้าของที่ดิน จึงนำยางรถยนต์ทั้งหมดเป็นยางเสื่อมคุณภาพและเป็นยางตกเกรดมาเก็บไว้เพื่อรอทำลาย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นยางเสื่อมคุณภาพและเป็นยางตกเกรดที่รอทำลาย ทำไมจึงไม่ส่งไปยังบริษัทรับกำจัดที่ปลายทางเลย แต่ทำไมถึงนำมาพักไว้ที่โกดังแห่งนี้ก่อน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) จึงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเรื่องการกำจัดยางเสื่อมคุณภาพที่ต้องส่งกำจัดให้ถูกต้อง และยึดอายัดยางรถยนต์ทั้งหมด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีมสุดซอย ทะลายแก๊งยางเถื่อน มูลค่า 223 ล้าน เจ้าของคนจีนหนีออกนอกประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...