โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แพงกว่าทองคำ! เอกวาดอร์ทำกำไรจากราคาโกโก้พุ่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
ในเอกวาดอร์ เกษตรกรที่เดิมพันกับเมล็ดโกโก้มากกว่ากล้วย ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกหลักของประเทศ กำลังทำกำไรมหาศาล เนื่องจากการขาดแคลนส่วนประกอบสำคัญในช็อกโกแลตทั่วโลก ส่งผลให้ราคาเมล็ดโกโก้พุ่งสูงลิ่ว

ปัจจุบัน โกโก้กลายเป็นธุรกิจมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐในเอกวาดอร์ ซึ่งเทียบได้กับทองคำ ทองแดง และเงิน ตลอดจนพืชที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่างกล้วย

บริเวณใกล้กับเมืองกัวยากิล ในภูมิภาคมิลาโกร นายเซร์คิโอ เลมา เกษตรกรวัย 50 ปี กล่าวว่า หลายปีก่อนหน้า ราคาโกโก้อยู่ในระดับต่ำมาก แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ รวมถึงโรคระบาดในไอวอรีโคสต์และกานา ทำให้ราคาโกโก้ทั่วโลกสูงขึ้น

รายได้ของเลมา เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า จากเดิมที่100 ดอลลาร์สหรัฐ(ราว3,255 บาท) สำหรับกระสอบฝักเมล็กโกโก้100 กิโลกรัม เป็น350 ดอลลาร์สหรัฐต่อกระสอบ(ราว11,400 บาท) และทุกวันนี้ เขาใฝ่ฝันที่จะขยายกิจการ

เมื่อปี 2567 มูลค่าการส่งออกโกโก้ของเอกวาดอร์อยู่ที่ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 117,000 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าการทำเหมืองถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,500 ล้านบาท) อีกทั้งระหว่างเดือน ก.ย. 2567 ถึงเดือน มี.ค. 2568 มูลค่าการส่งออกโกโก้ก็แซงหน้ากล้วย เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีของเอกวาดอร์

ทั้งนี้ เอกวาดอร์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดของโกโก้ เป็นผู้ผลิตเมล็ดโกโก้ หรือ “อาหารของพระเจ้า” รายใหญ่อันดับสามของโลก และเป็นผู้ส่งออกโกโก้รสชาติดีรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นโกโก้สายพันธุ์ระดับพรีเมียมที่ผู้ผลิตช็อกโกแลตชื่นชอบ เนื่องจากมันมีรสชาติที่เข้มข้น

อย่างไรก็ตาม ผลผลิตในสัดส่วน 90% เป็นโกโก้สายพันธุ์ “ซีซีเอ็น-51” (CCN-51) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรมเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980 เพื่อต้านทานแมลงที่อยู่เบื้องหลังการแพร่ระบาดของไวรัสต้นโกโก้บวม (ซีเอสเอสวี) หรือโรคที่สร้างความเสียหายต่อพืชผลในไอวอรีโคสต์ และกานา

นอกจากนี้ ผลผลิตโกโก้ในแอฟริกายังถูกทำลายจากฝนตกหนัก และภัยแล้งรุนแรง ซึ่งผู้สันทัดกรณีหลายคนเชื่อมกรณีทั้งสองอย่างนี้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ราคาโกโก้ในตลาดโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน (ราว 390,000 บาท) อันเป็นผลจากการขาดแคลน ก่อนที่ราคาจะตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน (ราว 276,700 บาท) ในปัจจุบัน

ด้านกลุ่มผู้ส่งออกโกโก้ของเอกวาดอร์ “อาเนคาเคา” (Anecacao) ประมาณการว่า ผู้ผลิตและผู้ส่งออกราว 400,000 ราย ได้รับประโยชน์จากราคาโกโก้ที่สูงขึ้น

กระนั้น ความเฟื่องฟูกลับทำให้บางคนรู้สึกขมขื่น โดยเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้บางคนตกเป็นเป้าหมายของแก๊งกรรโชกทรัพย์ที่ควบคุมธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเรียกค่าไถ่ในเอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และประเทศอื่น ๆ ในอเมริกาใต้ ขณะเดียวกัน การรีบเร่งหากำไรจากราคาที่สูงลิ่ว ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ชื่อเสียงโกโก้ของเอกวาดอร์ต้องเสื่อมเสียด้วย โดยกลุ่มสิ่งแวดล้อมหลายกลุ่ม เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าวว่า การตัดไม้ทำลายป่าที่แพร่หลาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตโกโก้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...