โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Interview : ถอดรหัส Quarix chain! บล็อกเชนอินฟราฯ ของ Orbix Tech วางเป้าเป็นหนึ่งในแกนหลักบล็อกเชนไทย

efinanceThai

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.48 น.

Interview : ถอดรหัส Quarix chain! บล็อกเชนอินฟราฯ ของ Orbix Tech วางเป้าเป็นหนึ่งในแกนหลักบล็อกเชนไทย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 68 10:48 น.

จากจุดเริ่มต้นในฐานะ ลูกหม้อ ของธนาคารกสิกรไทย ญาณวิทย์ รักษ์ศรี สะสมประสบการณ์กว่า 13 ปีในโลกการเงินก่อนจะก้าวสู่บทบาทสำคัญของการร่วมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

เขาไม่ได้เพียงเติบโตในสายการธนาคารดั้งเดิม แต่ยังได้โอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่ง KBank Lab ที่ KBTG ห้องทดลองแนวคิดที่หลอมรวมเทคโนโลยีกับการเงินเพื่อปูทางสู่อนาคต

วันนี้ ญาณวิทย์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชัน จำกัด (Orbix Technology) ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ที่ตั้งใจจะเป็นแกนกลางในการต่อยอดบล็อกเชนให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ย้อนไปเมื่อยังอยู่ที่ KBTG ญาณวิทย์ไม่ได้แค่รับผิดชอบเรื่องเทคโนโลยีแต่คือผู้บุกเบิกพื้นที่ของความเป็นไปได้ โดยเขานำทีมใน KBank Lab วิจัยเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง Blockchain, IoT ไปจนถึง Quantum

โปรเจกต์แรกที่เขาและทีมลงมือจริงจังคือการปฏิวัติ "หนังสือค้ำประกัน" เอกสารกระดาษธรรมดาที่ปลอมแปลงได้ง่ายและใช้เวลาตรวจสอบนานนับสิบวัน ให้กลายเป็นเอกสารดิจิทัลที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยอาศัยพลังของ Blockchain เป็นแกนกลาง

มันเริ่มจากการทดลองเล็กๆ ภายใน Lab เล็กๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อในเทคโนโลยี ทีมของเขาผลักดันแนวคิดจนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ธนาคาร 20 แห่งในประเทศไทยใช้ร่วมกันในวันนี้ ภายใต้บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเกิดจากการร่วมทุนของธนาคาร 6 แห่งเมื่อ 7 ปีก่อน

▶️

ออกแบบเพื่อความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพื่อเสรีเต็มรูปแบบ

ผลิตภัณฑ์แรกของ Orbix Tech ที่ปลุกปั้นขึ้นมาภายใต้การนำของ ญาณวิทย์ รักษ์ศรี คือ Quarix Chain บล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาไม่ใช่เพื่อ กระจายศูนย์สุดทาง แต่เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ อยู่รอดได้จริง ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีการกำกับดูแล

Quarix พัฒนาต่อยอดจาก Cosmos โดยเลือกแนวทาง Public Permissioned Chain ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้หากผ่านการยืนยันตัวตนก่อน ส่วนผู้เป็น Node ก็ต้องผ่านการคัดกรอง และได้รับการรับรองจากระบบอย่างเข้มงวด

ทุกธุรกรรมบน Quarix ยังถูกควบคุมค่าธรรมเนียมให้ คงที่ (Stable Gas) เพื่อสร้างเสถียรภาพต่อผู้ใช้งาน ไม่ผันผวนตามกระแสเหมือนเชนสาธารณะทั่วไป และในอนาคต Quarix จะเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมายื่นขอเป็น Validator ได้

"ถ้าวันหนึ่งราคาเหรียญตก แล้ว Node ไม่ได้ประโยชน์แล้วหายหมด เชนอาจพังทันที เราจึงต้องเลือกพาร์ตเนอร์ที่มองไกล เห็นภาพเดียวกัน และเชื่อในเป้าหมายร่วม" ญาณวิทย์กล่าว

Quarix ใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof of Stake Authority (PoSA) กลไกที่ยังคงมี ผู้มีอำนาจอนุญาต ว่าใครจะเป็น Node ได้ ต่างจาก PoS ทั่วไปที่เปิดเสรีให้ใครก็ได้มาเป็น Node โดยไม่ต้องตรวจสอบ

▶️

คาดการณ์ต้นทุนได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันของ Developer

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Quarix Chain คือเป็นเชนที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะนักพัฒนา สามารถคาดการณ์ต้นทุนได้อย่างแม่นยำ จึงออกแบบระบบค่าแก๊สให้ คงที่ เพื่อไม่ให้ต้นทุนพุ่งขึ้นลงตามอารมณ์ตลาด

นอกจากนี้ บล็อกเชนทั่วไปจะมี โทเคนหลักเพียงเหรียญเดียว ในการทำหน้าที่หลากหลาย ทั้งการจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม , การชำระเงินภายในระบบ หรือแม้แต่สิทธิ์ในการมีส่วนร่วมด้านการกำกับดูแลระบบ

แต่ของ Quarix เลือกแนวทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการออกแบบ หลายโทเคน โดยให้แต่ละเหรียญทำหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน

  • QARE โทเคนแก๊สที่มีมูลค่าคงที่ (stable gas token) โดยตรึงอยู่กับสกุลเงินบาท สำหรับจ่ายค่าแก๊สในการทำธุรกรรมบนเชน

  • Q-Money โทเคนสำหรับการชำระธุรกรรม (Settlement Token) ที่ทำงานในฐานะ e-Money บนบล็อกเชนที่มีเงินบาทจริงหนุนหลัง 1:1

Q-money ได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีหลักประกันว่า ทุกโทเคนที่ออกมา จะมีเงินบาทรองรับจริง 1:1

▶️

จาก Twin Bond สู่ Native Digital Bond แค่รอกฎหมายเปิดทาง

Quarix ไม่ได้หยุดแค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่มุ่งต่อยอดยูสเคสให้จับต้องได้ หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าจับตามองคือ Twin Bond หรือการจำลองพันธบัตรแบบดั้งเดิมขึ้นบนเชน จ่ายดอกเบี้ยแบบ อัตโนมัติ ผ่าน Smart Contract โดยใช้ Q-Money เป็นตัวกลางบนเชน

ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นจริง เช่น การออกหุ้นกู้ร่วมกับบริษัท ปตท. โดยระบบจะตรวจสอบว่าผู้ถือครองหุ้นกู้มีสิทธิรับดอกเบี้ยเมื่อใด และทำการโอน Q-Money ให้ทันที ไม่ต้องรอระบบธนาคาร ไม่ต้องกลัววันหยุด ไม่ต้องเสียเวลารอคิวตัดยอดข้ามวัน

"เราพิสูจน์แล้วว่า ระบบออกบอนด์ จ่ายดอกเบี้ยอัตโนมัติ และทำให้โปร่งใสได้หมด" ญาณวิทย์ย้ำแต่ที่ยังทำเป็น Native Digital Bond ไม่ได้ เพราะเรายังต้องรอกฎหมายจาก ก.ล.ต. อยู่"

▶️

เชนกลางของชาติ : ถ้ามีการเปิดแข่งขัน ก็พร้อมเสนอ

ท่ามกลางข่าวการเตรียมสร้าง เชนกลางสำหรับตลาดทุน โดยสำนักงาน ก.ล.ต. บริษัท Orbix Tech หนึ่งในผู้พัฒนา Quarix Chain แสดงความชัดเจนว่า พร้อมเสนอระบบ หากรัฐเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมแข่งขัน

เราวางระบบ Quarix ตั้งแต่ต้นให้รองรับการเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้เลย ญาณวิทย์กล่าว

การออกแบบเชนนี้ไม่ใช่แค่การวางเทคโนโลยี แต่คือการวางรากฐานสำหรับอนาคต เชนที่ต้อง อยู่ได้ และ ขยายต่อ ไปได้จริง โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมใช้งานบนพื้นฐานเดียวกัน

แต่ในตอนนี้ ยังไม่มีภาพที่ชัดเจนว่ากระบวนการจะเริ่มต้นอย่างไร ใครจะเป็นคนออกแบบโจทย์? ต้องรองรับยูสเคสอะไรบ้าง เช่น บอนด์, KYC, compliance ตามกฎหมาย? และเชนกลางควรมีรูปแบบอย่างไร?

ถ้าเป็นเชนระดับประเทศจริงๆ มันต้องมีความรับผิดชอบในระดับที่สูงมาก ใครจะมาเป็น Node ต้องได้รับการโหวต ต้องมีความน่าเชื่อถือ มี track record ที่ตรวจสอบได้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือ ความไว้วางใจระดับชาติ

▶️

Quorix มี Use Case ทั้งระดับองค์กร และผู้บริโภคทั่วไป

แม้จะเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ Quarix Chain ก็ไม่ได้เป็นแค่เชนทดลอง หรืออยู่ในห้องแล็บ เพราะวันนี้ Quarix มี Use Case ที่ใช้งานจริงแล้วทั้งในระดับองค์กร (B2B) และ ระดับผู้บริโภค (B2C)

ในฝั่ง B2B หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นคือ Cross-Border Payment โดยใช้ Q-Money เชื่อมกับ JPM Coin ของ JP Morgan ทำให้สามารถโอนเงินบาทไปต่างประเทศเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ ภายใน 5 นาที แบบ 24/7 ครอบคลุม 9 ประเทศในเครือข่ายของ JP Morgan

จากเดิมต้องรอ 37 วัน เพราะติดวันหยุด ติดเสาร์อาทิตย์ วันนี้โอนได้ทุกวัน ทุกเวลา ญาณวิทย์ย้ำ

ขณะที่ฝั่ง B2C ก็เริ่มขยายการใช้งานเช่นกัน ผ่านความร่วมมือกับบริษัท StraitsX ที่ทำให้คนไทยสามารถใช้แอป Q-Money สแกนจ่ายร้านค้าในสิงคโปร์ได้ภายในไม่ถึง 1 นาที

ระบบจะเชื่อมต่อ Q-Money เข้ากับเครือข่าย StraitsX และแปลงเป็นสกุลเงิน SGD ทันที เหมือนการจ่ายเงินในร้านสะดวกซื้อที่ไทย แม้ร้านจะไม่รับบัตรเครดิตก็ยังจ่ายได้

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการพิสูจน์แนวคิด

▶️

Use Case ใหม่: ตั๋วคอนเสิร์ตบนเชน ป้องกันโก่งราคา-ตลาดมืด

หนึ่งใน Use Case ล่าสุดที่ Quarix กำลังพัฒนาคือ การออก ตั๋วดิจิทัลบน Blockchain สำหรับงานคอนเสิร์ต เพื่อจัดการปัญหาที่วงการบันเทิงเผชิญมายาวนาน ทั้ง บัตรปลอม บัตรเก็งกำไร และตลาดมืด

ตั๋วทุกใบจะถูกสร้างบนเชน ตรวจสอบได้ ไม่ซ้ำกัน และสามารถตั้งกฎล่วงหน้าได้เลยว่า ขายต่อได้ไม่เกินกี่ครั้ง ราคาขายต่อห้ามเกินเท่าไหร่ ต้องโอนผ่านระบบที่ควบคุมได้ ไม่ใช่ขายกันหลังไมค์

"ค่ายเพลงหลายเจ้าบอกว่าอยากได้ระบบนี้ เพราะไม่อยากให้แฟนตัวจริงต้องไปแย่งกับนักเก็งกำไร อยากให้คนที่รักศิลปินได้มาดูจริงๆ" ญาณวิทย์เล่า

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า บล็อกเชนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันอาจเป็นคำตอบของปัญหาที่เราเจอมาทั้งชีวิต โดยไม่เคยคิดว่าจะแก้ได้ง่ายขนาดนี้

บทสรุป : Quarix ไม่ใช่เชนที่สร้างขึ้นมาเพื่อวิ่งตามกระแส หรือหวังแค่จะเป็นสนามเทรดเหรียญ แต่คือความตั้งใจที่จะวาง รากฐานทางเทคโนโลยี สำหรับโลกยุคใหม่ โลกที่บล็อกเชนจะไม่ใช่เรื่องของนักเทรดเพียงกลุ่มเดียว แต่กลายเป็น Web3 สำหรับคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบัตรคอนเสิร์ต หุ้นกู้ Q-Money หรือธุรกรรมระหว่างประเทศ ทุก Use Case ที่ Quarix พัฒนาขึ้น ล้วนสะท้อนเป้าหมายเดียวกันคือสร้างพื้นที่กลางในการออก สินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริง และมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้ วันนี้ เราเห็นสัญญาณที่ดี ก.ล.ต.เริ่มมองเรื่องเชนกลาง, แบงก์ชาติเข้า Sandbox กับโปรเจกต์จริง, เอกชนหลายรายลุกขึ้นมาสร้างเชนของตัวเอง โครงสร้างพื้นฐานนั้นพร้อมแล้วแต่สิ่งที่ยังรออยู่คือ กฎหมาย และ วิสัยทัศน์ร่วมของทั้งระบบ ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า.

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย Chatchaya Angkhulee เรียบเรียง โดย Chatchaya Angkhulee
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...