โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสแผ่นดินไหว กับการขยับตัวเพื่อร่วมมือและป้องกัน

THE STANDARD

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.46 น. • thestandard.co
ถอดรหัสแผ่นดินไหว กับการขยับตัวเพื่อร่วมมือและป้องกัน

เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทยต้องหันกลับมาทบทวนระบบการเตรียมพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีบทบาทหลักในการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและรายงานเหตุการณ์ทันทีที่เกิดขึ้น ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานปกครองท้องถิ่น รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อประสานงานในการแจ้งข่าวสารและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากสภาสถาปนิกไทย และนักวิชาการเฉพาะด้าน ต่างร่วมกันกำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 กรมโยธาธิการฯ ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการร่วมกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน โดยแบ่งอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อาคารภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และอาคารราชการในกรุงเทพฯ กลุ่มที่ 2 อาคารเอกชน 9 ประเภท เช่น โรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก และห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติมจากผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อประเมินความปลอดภัยในการใช้งาน และกลุ่มที่ 3 อาคารอื่นๆ เช่น บ้านพักอาศัยและตึกแถว ที่แม้ไม่อยู่ในกลุ่มควบคุมเข้มงวด แต่ก็ได้รับคำแนะนำให้ตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนั้นสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ยังได้รวบรวมวิธีการจัดการของต่างประเทศ และเสนอแนว 4 ทางการจัดการภัยพิบัติ โดย 1) เน้นการสื่อสารอย่างชัดเจนถึงทางเลือกการเดินทางที่เหมาะสม 2) การเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับการเคลื่อนย้าย 3) การวางแผนและประเมินการเคลื่อนย้ายประชาชนอย่างเป็นระบบ 4) คู่มือและแนวทางปฏิบัติที่ใช้ดุลพินิจน้อยที่สุด เพื่อให้การตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยประชาชนควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงและจุดปลอดภัย พร้อมทั้งมีระบบสนับสนุนการเคลื่อนย้ายที่ราบรื่น

สำหรับภาคประชาชนและเอกชน นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอแนวทางในการเตรียมตัวให้พร้อมรองรับกับสถานการณ์ดังกล่าว คือ 1) ต้องสื่อสาร รวดเร็ว ชัดเจน ต่อเนื่องและกำหนดบุคคลที่มีสิทธิสื่อสารขององค์กร 2) แจ้งวิธีปฏิบัติที่ต้องการให้เกิดขึ้นทันทีอย่างชัดเจน เช่น “ตึกนี้มีปัญหาออกจากตึกทันทีจนกว่าจะได้รับคำสั่งให้กลับเข้าตึก” 3) สื่อสารอย่างต่อเนื่อง จนกว่าเหตุการณ์จะเรียบร้อย 4) การสื่อสารควรใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก และเตรียมข้อความล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์จำลองต่างๆ 5) สื่อสารทั้งในรูปแบบ offline และ online เพื่อรองรับกรณีที่ระบบอินเทอร์เน็ตล่มหรือมีการใช้งานหนาแน่นในบางสถานการณ์ 6) นอกจากนี้ควรมีแผนรองรับด้านสุขภาพกายและจิตใจ การจัดเตรียมที่พัก อาหาร และช่องทางการขอความช่วยเหลือ 7) รวมถึงการตรวจสอบอาคารหลังเกิดเหตุและแจ้งผลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากการถอดรหัสข้างต้น เป็นความพยายามและความร่วมมือในการสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน โดยหัวใจสำคัญคือความร่วมมือและประชาชนควรศึกษาให้เข้าใจถึงการปฏิบัติตามกฎหมายของอาคารที่เช่าหรือซื้อ การจัดทำประกันภัยที่ครอบคลุมชีวิตและทรัพย์สิน การให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมซ้อมหนีภัย รวมถึงสังเกตป้ายเตือน ทางหนีไฟ จุดรวมพล และช่องทางการรับข่าวสารในทุกสถานที่ที่ใช้ชีวิตหรือเดินทางไป

สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารจัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด และคณะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้แสดงความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยมีมาตรการแจ้งเหตุฉุกเฉินแก่ผู้มาใช้บริการและแนวทางเคลื่อนย้ายผู้คนในอาคารอย่างทันท่วงที โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาไม่ส่งผลกระทบรุนแรงกับโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินของกองทุน และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพ: metamorworks / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...