โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธ.กรุงไทย คาดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ-อาเซียน เสี่ยงสูงขึ้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.48 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 16 มิ.ย. – ธ.กรุงไทย ประเมินผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียนท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงขึ้น คาดไทยรับผลกระทบหนักสุด เหตุเก็บภาษีศุลกากรสูง ร้อยละ 36 สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่ร้อยละ 33 ส่งออกไปสหรัฐฯ สูงถึงร้อยละ10 /GDP

Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย ประเมินผลกระทบต่ออาเซียน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) การส่งออกสินค้า โดยสินค้าได้รับผลกระทบทางตรงมากที่สุด คือ กลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสิ่งทอและรองเท้า เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปสหรัฐฯ เฉลี่ยสูงถึง 34% และ 19% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปสหรัฐฯ ส่วนสินค้าที่จะได้รับผลกระทบทางอ้อมในการส่งออกไปจีนมากที่สุด คือกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร และกลุ่มพลาสติกและยางพารา เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปจีนเฉลี่ยถึง 25%, 15% และ 6% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปจีน 2) การผลิต จากสินค้าจีนมีแนวโน้มทะลักเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น จึงกระทบต่อการผลิตรถยนต์ เคมีภัณฑ์ เหล็ก และเครื่องใช้ไฟฟ้า และ 3) การลงทุน อาจมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ต่ำ หรือย้ายกลับไปยังสหรัฐฯ

Krungthai COMPASS ประเมินว่า การขยายความร่วมมือทางการค้าภายในอาเซียนจะช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออกของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ และน้ำตาล ซึ่งไทยส่งออกไปยังอาเซียนรวมกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. -515- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...