คลัง ลงนามกู้เงิน ADB กว่า 2.4 พันล้าน พัฒนาโครงข่ายทางหลวง พื้นที่ EEC
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.54 น. • The Bangkok Insightคลัง ลงนาม ADB กู้เงินกว่า 2,440.19 ล้าน สำหรับโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ Mr. Anouj Mehta ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศไทย (ADB Country Director, Thailand Resident Mission) ร่วมลงนามในสัญญาเงินกู้ สำหรับโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา (Climate – Resilient Connectivity for the Eastern Economic Corridor Project: the Intercity Motorway No. 7 Extension to Link with U – Tapao International Airport) (โครงการฯ) วงเงิน 68.74 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 2,440.19 ล้านบาท
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม (กรมทางหลวง) ดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างทางยกระดับแนวใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร และขยายช่องทางจราจรเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะช่วยลดระยะทางจากการเดินทางโดยทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงพัทยา – มาบตาพุด สู่สนามบินอู่ตะเภา จากเดิม 5 กิโลเมตร เหลือเพียง 1.92 กิโลเมตร รวมถึงปรับปรุงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) โดยให้กระทรวงการคลังดำเนินการจัดหาเงินกู้จากต่างประเทศ
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการทาบทามและเจรจาเงินกู้กับ ADB และคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 โดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 68.74 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 2,440.19 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อายุเงินกู้ 12 ปี รวมระยะเวลาปลอดการชำระหนี้เงินต้น 4 ปี และระยะเวลาสิ้นสุดการเบิกจ่ายเงินกู้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2572
การกู้เงินเพื่อสนับสนุนในโครงการลงทุนดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศในหลายมิติ เช่น การลดระยะทางในการเดินทางสู่สนามบินอู่ตะเภา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาการจราจรแออัดบริเวณโดยรอบสนามบิน และสนับสนุนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างระบบคมนาคมขนส่งแบบไร้รอยต่อ เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับภาคตะวันออก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศและส่งเสริมการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นเมืองธุรกิจและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต เป็นต้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สนข. ปิ๊งไอเดีย Web Application จัดการจราจร-ขนส่ง พื้นที่อีอีซี
- ‘มนพร’ เผย ADB พร้อมหนุนเงินกู้ เปลี่ยนรถเมล์ขสมก. 1,250 คัน เป็นรถโดยสารไฟฟ้า
- กทม. เตรียมเปิดใช้ถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน ปลาย มิ.ย. 68 นี้
ติดตามเราได้ที่