โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาว 25 ชาวเวียดนาม คิดว่าตัวเองสายตาสั้น สุดท้ายเป็นอัมพาตครึ่งซีก

Khaosod

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 06.05 น.

สาวเวียดนาม วัย 25 ปี มีอาการตาพร่ามัวทุกเช้า นาน 2 ปี คิดว่าตัวเองสายตาสั้น สุดท้ายขยับไม่ได้ ครอบครัวนำส่งโรงพยาบาล เป็นอัมพาตครึ่งซีก

หญิงสาวชาวเวียดนามรายหนึ่งมีอาการตาพร่ามัวเมื่อตื่นนอนประมาณ 30 วินาทีแล้วจึงกลับมาเป็นปกติ แต่เธอคิดว่าตัวเองคงสายตาสั้น อีกทั้งผิวหนังของเธอก็มักมีรอยฟกช้ำ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ซึ่งเธอเป็นแบบนี้นาน 2 ปี

จนกระทั่งวันหนึ่งครอบครัวนำตัวเธอส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลในสภาพที่เคลื่อนไหวไม่ได้ ไม่ตอบสนองต่อการเรียก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง หลังจากการตรวจร่างกาย แพทย์สรุปว่ามีอาการตีบอย่างรุนแรงของหลอดเลือดแดงคอโรติดด้านซ้าย และหลอดเลือดสมองส่วนกลางด้านซ้ายอุดตันอย่างสมบูรณ์ “เกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน”

หลังจากรักษาตัวได้ 5 วัน เธอจึงออกจากโรงพยาบาลได้ แต่มีอาการอัมพาตข้างหนึ่ง จึงต้องใส่ขดลวดในหลอดเลือด เธอต้องเข้ารับการกายภาพบำบัดเป็นเวลา 1 ปี ปัจจุบันเธอสามารถเคลื่อนไหวได้เบา ๆ แต่แขนข้างหนึ่งยังหดตัวอยู่ และเธอไม่สามารถดูแลสุขอนามัยส่วนตัวได้

9 วิธีลดความเสี่ยง “อัมพฤกษ์-อัมพาต” ที่ทุกคนควรรู้

1. ควบคุมความดันโลหิต

ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหลักของความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองในทั้งผู้ชายและผู้หญิง การควบคุมระดับความดันโลหิต ถือเป็นกลยุทธ์เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี เป้าหมายในอุดมคติคือการรักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ต่ำกว่า 120/80 mmHg หรือสำหรับบางคน ไม่เกิน 140/90 mmHg

วิธีควบคุมความดันโลหิต

  • ลดปริมาณเกลือในอาหารเหลือไม่เกิน 1,500 มก. ต่อวัน (ประมาณครึ่งช้อนชา)
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น เบอร์เกอร์ ชีส
  • รับประทานผลไม้และผักทุกวัน
  • รับประทานปลา 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • รับประทานธัญพืชไม่ขัดสีและผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำทุกวัน
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน
  • เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • ใช้ยาลดความดันโลหิต หากแพทย์แนะนำ

2. รักษาน้ำหนักและลดไขมัน

การมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

เป้าหมายคือรักษาดัชนีมวลกาย (BMI) ให้ต่ำกว่า 23 แต่สูงกว่า 18.5 (สำหรับชาวเอเชีย) หากดัชนีมวลกายสูงกว่า 25 แสดงว่าคุณอ้วนและจำเป็นต้องลดน้ำหนักโดยด่วน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ควรตั้งเป้าหมายที่จะรับประทานไม่เกิน 1,500 ถึง 2,000 แคลอรี่ต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับกิจกรรมและดัชนีมวลกายปัจจุบัน เพิ่มปริมาณการออกกำลังกายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดิน กอล์ฟ หรือเทนนิส แต่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ควรออกกำลังกายอย่างพอประมาณอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ หากไม่มีเวลาออกกำลังกายต่อเนื่อง 30 นาที ให้แบ่งเป็นช่วงละ 10-15 นาที หลายๆ ครั้งต่อวัน

4. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

หากดื่มมากกว่า 2 แก้วต่อวัน ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

5. รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (atrial fibrillation) คือภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งอาจไปอุดตันสมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีโอกาสทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า

หากมีอาการเช่น หัวใจเต้นเร็วหรือหายใจถี่ ควรไปพบแพทย์ คุณอาจจำเป็นต้องรับประทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

6. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะทำลายหลอดเลือดในระยะยาว ทำให้มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดมากขึ้น เป้าหมายคือรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติและควบคุมได้

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดตามที่แพทย์กำหนด รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และรับประทานยา เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในช่วงที่เหมาะสม

7. เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็ง ส่งผลให้มีคราบจุลินทรีย์สะสมในหลอดเลือดแดงมากขึ้น การเลิกบุหรี่ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมาก

8. จัดการความเครียดและลดความวิตกกังวล

ความเครียดหรือความวิตกกังวลที่เกิดจากชีวิตประจำวันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง เป้าหมายคือการจัดการความเครียดให้ดี นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-7 ชั่วโมงต่อคืน ฝึกสมาธิ โยคะ และฝึกการหายใจ

9. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

วิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้เด็กๆ หลายคนเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เช่น นอนดึก กินอาหารฟาสต์ฟู้ด ขาดการออกกำลังกาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อตรวจพบสัญญาณผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ดูแลรักษาได้ทันท่วงที

ที่มา: soha

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาว 25 ชาวเวียดนาม คิดว่าตัวเองสายตาสั้น สุดท้ายเป็นอัมพาตครึ่งซีก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...