โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟิทช์คงอันดับเครดิต KBANK ที่ `BBB-AA+(tha)` แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

efinanceThai

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.19 น.

ฟิทช์คงอันดับเครดิต KBANK ที่ BBB-AA+(tha) แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มิ.ย. 68 16:19 น.

ฟิทช์คงอันดับเครดิต KBANK ที่ 'BBB' และ 'AA+(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน และเครือข่ายธุรกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่ 'BBB' และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'AA+(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ ฟิทช์ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating หรือ VR) ที่ 'bbb' อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Rating: GSR) ที่ 'bbb' และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ 'F2'

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวพิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน:อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank พิจารณาจากโครงสร้างเครดิตของตัวธนาคารเองซึ่งสะท้อนจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน และอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น 'F2' เป็นตัวเลือกที่สูงกว่า เพื่อสะท้อนถึงโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนซึ่งมีความแน่นอนกว่าในระยะสั้น อันดับเครดิตภายในประเทศยังสะท้อนถึงโครงสร้างเครดิตของธนาคารในเชิงเปรียบเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับในประเทศด้วย

ภาวะอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่อ่อนแอลง: อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเนื่องจากเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิด (open economy) ที่มีสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง

สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นข้อจำกัดต่อโอกาสการเติบโตและผลการดำเนินงานของธนาคาร ฟิทช์ให้อันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ 'bbb' ซึ่งเป็นในระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับอันดับคะแนนตามเกณฑ์เนื่องจากฟิทช์เชื่อว่ารัฐบาลไทย (BBB+/Stable) มีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดการเงิน อาทิ มาตรการกำกับดูแลและมาตรการทางการคลังที่นำมาใช้ระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

เครือข่ายธุรกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง: KBank เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 16% ซึ่งช่วยให้ธนาคารมีขนาดธุรกิจเพียงพอที่จะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้ในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อีกทั้งธนาคารมีการดำเนินงานที่หลากหลายและมีฐานลูกค้าที่มั่นคงทั่วประเทศ รวมถึงเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของไทยในการให้บริการด้านธุรกรรมธนาคาร (transactional banking) อย่างไรก็ตามฟิทช์พิจารณาว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานเป็นข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นต่อผลการดำเนินงานของธนาคารตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับธนาคารขนาดใหญ่รายอื่น ๆ จึงปรับลดอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของ KBank เป็น bbb จาก 'bbb+'

โครงสร้างความเสี่ยงสะท้อนความผันผวน: อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยงของ KBank ที่ 'bbb-' สะท้อนถึงการมีสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มลูกค้า SME ที่มากกว่าธนาคารขนาดใหญ่รายอื่น ซึ่งสินเชื่อกลุ่มลูกค้า SME มีความเปราะบางมากกว่า ทั้งนี้ในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจอ่อนแอธนาคารได้ปรับนโยบายการให้สินเชื่อให้มีความระมัดระวังมากขึ้นและมีการเติบโตของสินเชื่อในระดับต่ำตั้งแต่ปี 2565 อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าธนาคารอาจมีนโยบายกลับมาเน้นการเติบโตเมื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น

แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ KBank อยู่ที่ 3.7% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 (ปี 2567: 3.6%, ปี 2566: 3.7%) โดยมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากธนาคารมุ่งเน้นในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ฟิทช์คาดว่าสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มเข้ามาใหม่ของธนาคารจะยังคงอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการนโยบายสินเชื่อที่ระมัดระวังเพิ่มขึ้นและมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อนข้างต่ำมาตั้งแต่ปี 2565 ดังนั้น อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปี น่าจะยังอยู่ต่ำกว่า 4% ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนคะแนนด้านปัจจัยด้านคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่ 'bbb-' ในปัจจุบัน

กำไรมีแนวโน้มลดลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี: KBank มีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 2.8% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 (ปี 2567: 2.3%) ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการทั้งปีได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากฟิทช์คาดว่าอัตรากำไรอาจจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงและแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอันดับคะแนนปัจจัยด้านความสามารถในการทำกำไรจะยังคงสอดคล้องกับอันดับคะแนนปัจจุบันที่ 'bbb-'

ฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง: อันดับคะแนนปัจจัยด้านเงินกองทุนและระดับหนี้สินของ KBank ที่ 'bbb+' สะท้อนถึงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นเป็น 17.6% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 (ปี 2567: 17.3%, ปี 2566: 16.5%) จากการสะสมกำไร ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วน CET1 จะยังคงช่วยรองรับความเสี่ยงเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การเติบโตของสินเชื่อจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในช่วงสองปีข้างหน้า

เครือข่ายธุรกิจด้านเงินฝากเงินสนับสนุนสภาพคล่อง: อันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ KBank ที่ 'bbb' สะท้อนถึงโครงสร้างการระดมทุนที่มีเสถียรภาพ โดยธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่ 90% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 (ปี 2567: 92.8%) เงินฝากบัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์คิดเป็น 80% ของเงินฝากทั้งหมด เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 68% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและความสามารถของธนาคารในการเข้าถึงเงินฝากที่มีเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลพิจารณาจากความสำคัญเชิงระบบ: อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (GSR) ของ KBank อยู่ต่ำกว่าระดับอันดับเครดิตภาครัฐของไทยหนึ่งอันดับ ซึ่งสะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่าธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (DSIB) และมีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติจากรัฐบาลไทยในกรณีที่จำเป็นจากรัฐบาล โดย KBank เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับกำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็น DSIB เนื่องจากขนาดของธนาคารและความเชื่อมโยงกับระบบการเงิน

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KBank จะเกิดขึ้นเมื่อทั้งอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินถูกปรับลดอันดับลงพร้อมกัน นอกจากนี้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอาจได้รับการปรับลดเป็น 'AA(tha)' หากฟิทช์มองว่าโครงสร้างเครดิตของธนาคารปรับตัวอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับในประเทศไทย

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารถูกปรับลดลงเป็น 'BBB-'

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารอาจถูกปรับลดอันดับลงได้ หากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญและส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิตของประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการประเมินอันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมธนาคาร และรวมถึงปัจจัยในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินด้านอื่นของกลุ่ม เช่น อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจและอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยง

นอกจากนี้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับหากอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญในด้านต่างๆ ปรับตัวด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพเฉลี่ย 4 ปี ที่สูงเกิน 6% อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ต่ำกว่า 120% อัตราส่วน CET1 ต่ำกว่า 13% และ อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ต่ำกว่า 1.5% อย่างต่อเนื่อง (ปี 2567: 2.3%)

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลด ซึ่งจะบ่งชี้ถึงความสามารถที่ลดลงของรัฐบาลในการสนับสนุน KBank ทั้งนี้การลดลงของโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ KBank อาจทำให้อันดับเครดิตถูกปรับไปในทางลบได้เช่นกัน เช่น หากธนาคารมีส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลงอย่างมากหรือมีการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์เชื่อว่าโอกาสที่ KBank จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปในระยะปานกลาง

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ และ อันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลหรืออันดับความแข็งแกร่งทางการเงินได้รับการปรับเพิ่มอันดับ ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank จะพิจารณาถึงโครงสร้างอันดับเครดิตของธนาคารเทียบกับธนาคารอื่นในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank ไม่น่าจะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเป็น 'bbb+' ในระยะสั้นเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานและคุณภาพสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว หากธนาคารดำเนินการตามกลยุทธ์ได้สำเร็จและนำไปสู่การปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของฐานะทางการเงินอย่างยั่งยืนโดยที่โครงสร้างความเสี่ยงของธนาคารไม่ได้ปรับตัวแย่ลง

เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะได้รับการสนับสนุนจากสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพหรือแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและยั่งยืน เช่นอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับสูงกว่า 3% และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 3% ร่วมกับการดำรงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ที่ระดับสูงกว่า 16%

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงความสามารถที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบรวมถึง KBank อย่างไรก็ตามฟิทช์ยังต้องพิจารณาว่าโอกาสในการให้การสนับสนุนแก่ธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบว่าจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปหากอันดับเครดิตของประเทศปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิม

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...