โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Skincare แบรนด์ไทย ทำอย่างไรให้ครองใจผู้บริโภคยุคนี้

Reporter Journey

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.24 น. • Reporter Journey

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ใคร ๆ ก็ดูดีได้ผ่าน Skincare มากสรรพคุณจากทั้งแบรนด์ไทย-แบรนด์ต่างประเทศ เลยทำให้ตอนนี้ตลาดความงาม (Beauty & Wellness) มีมูลค่ามหาศาลและเกิดแข่งขันกันอย่างดุเดือดจนแทบไม่มีที่ให้ใครยืน หลายปีมานี้เลยทำให้แบรนด์ไทยหลายแบรนด์ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนแบ่งทางการตลาดนี้และได้รับความนิยมไม่แพ้แบรนด์ดังจากต่างประเทศ บทความนี้จะพามาชำแหละว่าแบรนด์ไทยสามารถอยู่รอดและครองใจผู้บริโภคได้อย่างไร

แต่ก่อนที่จะไปหาคำตอบว่าทำไมแบรนด์ไทยถึงสามารถครองใจผู้บริโภคได้

เราจะมาดูโจทย์ที่แบรนด์ไทยต้องรับมือกับ “ผู้บริโภคในยุคนี้” ก่อน

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพและความงามของตนเองมากขึ้น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตอนนี้ ‘โจทย์‘ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้ว ตอนนี้เรียกว่าผู้บริโภค “เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ” มากกว่า

ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างมีสติมากขึ้น

ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี ทำให้ผู้บริโภค 57% เป็น ‘Intensional Cosumer’ คือมีการพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้นก่อนใช้เงิน มีการค้นหาข้อมูลจริงจังมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น เปรียบเทียบสินค้า ดูรีวิว ไปจนถึงการดูส่วนผสมว่าสามารถใช้ด้วยกันได้หรือไม่ การที่ผู้บริโภคมี “ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ” มากขึ้น ทำให้สัดส่วนการซื้อแบบ Impulse Purchase (การซื้อแบบเฉียบพลัน) ลดเหลือแค่ 18% สะท้อนว่าผู้บริโภคพร้อม ”ตัด“ รายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก

ลูกค้ารู้ลึกและไม่เชื่อโฆษณาง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน

เราเรียกกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญในการหาข้อมูลที่ลึกไปจนถึงส่วนผสมว่า Skintellectual (มาจาก Skin + Intellectual) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับหลักวิทยาศาสตร์และพลิกหลังกล่องสินค้า ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมความเข้มข้น กระบวนการทดสอบต่าง ๆ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้มักสืบค้นข้อมูลอย่างเจาะลึก คาดหวังความชัดเจนและความโปร่งใสจากแบรนด์

ผู้บริโภคไม่ชอบการ Over Claming เพราะปัจจุบันผู้บริโภครู้จริงและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา อีกทั้งการ Over Claming ทำให้แบรนด์ดูไม่จริงใจ โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ครองตลาดความงามรวม 71% และให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ

ประกอบกับผู้บริโภคเชื่อในตัวอินฟลูเอนเซอร์ มากกว่าตัวแบรนด์ สาเหตุหลัก ๆ เป็นเพราะความ “จริงใจ” ที่อินฟลูฯ มีมากกว่าที่แบรนด์นำเสนอ ดังนั้นแบรนด์สามารถใช้อินฟลูฯ เหล่านั้นเป็นตัวแทนให้กับตนเอง แต่ต้องระมัดระวังในการเลือกให้ตรงกับภาพลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย

การเปลี่ยนไปของพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้หลายแบรนด์ไทยไปไม่รอด แต่กลับมีบางแบรนด์ที่กลายเป็นดาวเด่น ยกตัวอย่างเช่น Mizumi, Her Hyness, INGU%, La Glace และ Aura Bangkok Clinic

ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ไทยเหล่านี้ ขึ้นมาเป็นดาวเด่นในวงการความงาม

แบรนด์ไทยตอบสนองความต้องการของคนไทยมากกว่า

ในช่วง 10 ปีมานี้เราจะเห็นว่ามีแบรนด์ความงามไทยกลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ให้กับผู้บริโภค เพราะพวกเขาเข้าใจและต้องการตอบสนองความต้องการของคนไทยมากกว่าแบรนด์ต่างประเทศ เช่น Mizumi แบรนด์สกินแคร์ของไทย ที่เริ่มมาจากการผลิตกันแดดหลายสูตร เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไทย และใช้กลยุทธ์การกำหนด ”ราคาตรงกลาง“ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสกินแคร์พรีเมี่ยมในราคาที่เอื้อมถึงได้

Her Hyness เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใส่ใจผู้บริโภค เพราะทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงผลลัพธ์ทำให้รู้สึกว่ากำลังลงทุนกับตัวเองมากกว่าการซื้อสินค้า

แบรนด์ INGU (อิงกุ) โดยแบรนด์ได้ไอเดียจากการที่ท้องตลาดมีสกินแคร์มากมายให้เลือกใช้จนสับสน INGU จึงเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้คนที่เผชิญปัญหาเหล่านั้นเพราะถึงแม้ไม่ใช้สกินแคร์เยอะก็สามารถผิวดีได้ และยังขายคอนเซปต์ความรู้เกี่ยวส่วนผสมกับการใช้สกินแคร์ ทำให้แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง

Brand Loyalty ลดลง ผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ใหม่มากขึ้น

ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เบื่อง่ายและอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงทำให้ผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ “ไม่ยึดติด” กับแบรนด์เดิมๆ เปิดใจให้แบรนด์ใหม่อยู่เสมอ Movement ในตลาดจึงเปลี่ยนอย่างรวดเร็วไปตามความต้องการและไลฟ์สไตล์

สรุปได้ว่าการทำให้ลูกค้าเกิดการภัคดีกับแบรนด์เป็นเรื่องยาก เพราะผู้บริโภคมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนผสมของสินค้าและแบรนด์มากขึ้น จึงมองหาสินค้าที่มาตอบโจทย์ความต้องการ โดยไม่ยึดติดกับชื่อแบรนด์ และแบรนด์ไทยในตอนนี้มีให้เลือกหลากหลายเข้าถึงง่ายมากกว่าต่างประเทศ คุณภาพอาจจะพอกันหรือดีกว่าด้วยซ้ำเพราะผลิตมาให้เหมาะกับคนไทย จึงเป็นเหตุผลที่ผู้บริโภคเลือกเลือกซื้อแบรนด์ไทยมากขึ้น

การเติบโตของ “สื่อดิจิทัล” และ “KOLs / Influencers”

ปัจจุบันสื่อดิจิทัล กลายเป็นสื่อหลักที่เข้าไปอยู่ใน Customer Journey ทั้ง Full Funnel Marketing (การตลาดแบบครบวงจร) ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการบอกต่อ (Advocacy) ของผู้บริโภค ดังนั้นแบรนด์ไทยจึงนิยมใช้สื่อดิจิทัลเป็นช่องทางการในการสื่อสาร และเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ประกอบร่วมกับการใช้ทำ KOLs / Influencers Marketing เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย

มีช่องทางการขายทั้ง Physical Store และ Online Store

ทุกวันนี้ช่องทาง Physical Store เพิ่มพื้นที่สำหรับ “แบรนด์ไทย” มากขึ้น แม้ตอนนี้การซื้อ-ขายจะเป็นโลกของ E-Commerce ด้วยเหตุผลด้านส่วนลดและความสะดวกสบาย แต่การมี Physical Store ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ตรงร่วมกับแบรนด์ได้

การที่จะเป็น “ดาวเด่น” ในวงการความงามไม่ใช่เรื่องง่าย มักมีแบรนด์มากมายในตลาดที่แค่เข้ามาและผ่านไป โดยเฉพาะในยุคนี้ที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยน การก้าวเข้ามาเป็นแนวหน้าของวงการความงามจึงเป็นเรื่องน่าศึกษาและน่าติดตามว่าแบรนด์ไทยเหล่านี้จะใช้กลยุทธ์อะไรต่อไปในการดึงดูดและครองใจผู้บริโภค

อ้างอิง

Thairath Plus
การตลาดวันละตอน
การตลาดวันละตอน (2)
Marketing Oops
AD ADDICT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...